บันทึกเมษาเลือด (2)
โดยสมุดบันทึกสีแดง
เราจะทำอะไรกันต่อ?
ถึงเพื่อนเสื้อแดงที่รัก เรามีความเศร้าเพราะเราเป็นมนุษย์ เราหดหู่เพราะเราเผชิญกับความโหดร้ายของฝ่ายเผด็จการ การเคลื่อนไหวของพวกเรามันมีเหตุผลเต็มที่นับตั้งแต่วันที่เริ่มต้นเคลื่อนไหวจนถึงปัจจุบัน จงรู้สึกให้เต็มที่ เพื่อจะได้ต่อสู้ให้เต็มที่ หากเราไม่รู้สึกอะไรเลยนั่นแหละเป็นเรื่องประหลาดและเป็นเรื่องที่หลอกตัวเอง
แต่ความจริงอย่างหนึ่งทั้งพวกเราและฝ่ายตรงข้ามรู้คือเรื่องนี้ยังไม่จบ ฉะนั้นพวกเรายังไม่แพ้และอย่าลืมว่าเราเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคม อย่าเชื่อสื่อกระแสหลักอย่างง่ายๆ ฝ่ายตรงข้ามก็รู้เรื่องนี้ดี แต่พวกเขาต้องการให้เรารู้สึกว่าพวกเราแพ้อย่างย่อยยับ เพื่อที่จะให้เราหมดกำลังใจในการต่อสู้ พวกเขาต้องการให้เราแพ้เพื่อที่จะยอมรับกระติกาแย่ๆพวกเขาโดยไม่ตั้งคำถาม ยอมกลับไปให้พวกเขากักขังเราไว้เหมือนเดิม สิ่งที่จะเยียวยาพวกเราเสื้อแดง คือ ความหวังที่จะมี “ความเสมอภาคของสังคมใหม่” ความหวังที่จะเห็นรอยยิ้มของคนในครอบครัวของเรา รอยยิ้มของคนที่สามารถตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัวของเขาและคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆได้อย่างเต็มที่ โดยที่ไม่ต้องมีอะไรมาพันธนาการไว้ ความหวังที่เราต้องการเห็นคนข้างๆมีชีวิตอย่างมั่นคงเหมือนประเทศอื่นๆที่พัฒนาแล้วบริการปกป้องประชาชนของเขา คำถามที่สำคัญมากในวันนี้ เราจะทำอะไรกันต่อ?
ณ เวลานี้พวกเราเสื้อแดงต้องมานั่งคิด ทบทวน มันมีอะไรบ้างที่เราต้องมองให้ชัดเจน และ อะไรคือเส้นแบ่งโดยเฉพาะในสังคมที่มีสองมาตรฐาน ซึ่งเราจะพบว่าคุณค่าของสิ่งต่างๆมันอยู่อยู่สองชนิดเท่านั้น เช่น เรื่องของศีลธรรมในสังคมไทย คือ ศีลธรรมของเขา(ไร้ศีลธรรม) กับ ศีลธรรมของเรา ศีลธรรมของเขาคือปราบปรามคนที่เห็นต่างๆ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง ศีลธรรมของเรา ต้องการให้ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมและมีความยุติธรรมอย่างแท้จริง ให้เราลองเอากรอบตรงนี้มาวิเคราะห์ปรากฎการณ์ต่างๆทั้งหมด ฉะนั้นเราจะสู้ภายใต้กรอบกติกาที่เขียนขึ้นโดยฝ่ายนั้นเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เราจะเสียเปรียบหมดทุกอย่าง
หลังจากเสื้อแดงถูกปราบปรามอย่างป่าเถื่อน มีบรรดานักคิดที่ใช้ไม่ได้ดาหน้าก้าวออกมาเสนอทางออกให้กับสังคมอย่างหน้าไม่อาย เช่น เสน่ห์ จามริก ผู้ที่หูหนวกตาบอดกับการละสิทธิความเป็นมนุษยของเสื้อเหลืองต่อเสื้อแดง รัฐเผด็จการกับพลเรือน เช่น กรณีบุคคลที่ถูกจับขังในกรณี หมิ่นฯ กษัตริย์ ทั้งๆที่มีคนไปร้องเรียนเรื่องการละเมิดสิทธิแต่กับทำตัวเพิกเฉยอย่างใจดำ ตอนนี้ออกมาเสนอให้มี “รัฐบาลแห่งชาติ” แทนที่จะปกป้องกลไกการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย คนๆนี้ ไม่มีสิทธิที่จะเปิดปากพูดเพราะเขาปิดปากในเรื่องสิทธิพื้นฐานในระบบประชาธิปไตย เราต้องพยายามสร้างมาตรฐานไม่ให้ใครพูดง่ายโดยไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้
การเคลื่อนไหวต่อไป เราจะต้องเติมเต็มประชาธิปไตยให้มีเนื้อมีหนังมากขึ้น ซึ่งหมายถึงเราจะต้องมานั่งพิจารณาสังคมประชาธิปไตยในรูปแบบที่เราต้องการสำหรับสังคมไทย โครงสร้างเดิมของสังคมไทยทุกส่วนเน่าเละเสียจนไม่สามารถที่จะปฏิรูปฟื้นฟูภายใต้กรอบเดิมๆ จำกัดอยู่ในกลุ่มคนเล็กๆ ปัญญาชนสายอนุรักษ์นิยม แต่การปฏิรูปการเมืองควรจะเปิดพื้นที่ให้คนธรรมดาในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่ดีแต่พูดในทางนามธรรมแต่ในทางปฏิบัติคนธรรมดาถูกกีดกันออกไปอย่างสมบูรณ์แบบเหมือนปัจจุบัน เราคนเสื้อแดงจะต้องสามารถเข้าใจแนวความคิดต่างๆที่มีอยู่ในสังคมว่าความคิดชนิดไหนให้ประโยชน์กับเรา ความคิดชนิดไหนที่มันไม่เป็นประโยชน์ เราจะมีความสัมพันธ์กับแนวความคิดต่างๆเหล่านี้? โดยเฉพาะถ้าชนชั้นปกครองนิยมนำมากล่าวอ้างหรือนำมาใช้เพื่อหาความชอบธรรมในสังคม เราจำเป็นต้องมาไล่ดูแนวความคิดหลักๆที่ถูกนำมาใช้บ่อยๆในสังคมว่ามันมีอะไรบ้าง และเราควรมีวิธีการรับมือกับมันอย่างไร
ในบทความตอนที่ 2 นี้จะเป็นบทความขนาดยาวเพื่อชวนให้เพื่อนๆเสื้อแดงร่วมคิดเพื่อออกแบบสังคมใหม่ท่ามกลางการเรียกร้องประชาธิปไตย เพื่อติดอาวุธทางความคิด ประเด็นหลักๆสำคัญๆ ที่เราต้องร่วมกันคิดในระยะเฉพาะหน้ามีอยู่ 7 ข้อ จะเขียนออกมาอาทิตย์ละ 2 ข้อ ซึ่งจะมีการลงรายละเอียด ในประเด็นต่างๆที่จำเป็นเรียงเป็นลำดับดังนี้
1 การทำสงครามความคิดลัทธิทางการเมืองของฝ่ายเผด็จการ
2 ประชาธิปไตยสากล : ไทยๆ และปัญหาการคอรัปชั่น
3 ศีลธรรม สันติวิธี : ความรุนแรง
4 สื่อ
5 จุดอ่อนของรัฐบาลภายใต้วิกฤติเศรษฐกิจโลก
6 บทเรียนต่อสู้จากต่างประเทศและประวัติศาสตร์
7 โมเดลสังคมใหม่ : รัฐสวัสดิการ
1. การทำสงครามความคิดกับลัทธิทางการเมืองของฝ่ายเผด็จการ
ในสังคมชนชั้นที่เราดำรงอยู่ ชนชั้นปกครองที่เป็นอำมาตรย่อมพยายามผูกขาดความคิดเป็นธรรมดา เขาใช้สื่อโรงเรียนและกลไกอื่นๆเพื่อยัดความคิดเหล่านี้ใส่หัวประชาชน ดังนั้นภาระสำคัญของคนเสื้อแดงคือการทำสงครามความคิด การต่อสู้เพื่อสังคมใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่บนท้องถนนเท่านั้นแต่มีหลายเวที เช่น ท้องถนน ชุมชน โรงเรียน มหาวิทยาลัยหรือกลุ่มคน เช่น สหภาพแรงงานหรือกลุ่มเกษตรกร ฝ่ายอำมาตรกราดกระสุนใส่เราบนท้องถนนได้ แต่เขาไม่ได้ครองใจคนส่วนใหญ่ดังนั้นเราต้องทำสงครามความคิดเพื่อทำลายความคิดของเขาออกไปจากสังคมโดยสิ้นเชิง
ความคิดของอำมาตรประกอบไปด้วยอะไรบ้าง
1.1 แนวความคิดมือใครยาวสาวได้สาวเอา
แนวความคิดนี้เป็นแนวความคิดที่ให้ประโยชน์เฉพาะคนรวย แต่เขาโกหกว่ามันเป็นระบบที่เป็นธรรมเพราะทุกคนมี “โอกาส” เท่าเทียมกัน มันจะเท่าเทียมกันได้อย่างไรในเมื่อเศรษฐีและชนชั้นกลางซื้อความสบายในชีวิตได้แต่คนจนไม่มีเงินเพียงพอ แนวคิดนี้บูชากลไกตลาดแต่กลไกตลาดมองไม่เห็นหน้าคนจนเพราะคนจนไม่มีเงินที่จะมีส่วนร่วมในตลาดเท่ากับคนรวย วิธีแก้ไขปัญหานี้คือการใช้รัฐในการสร้างสวัสดิการให้คนจนซึ่งเราจะเห็นได้ว่าที่แล้วมาพวกอภิสิทธิเสื้อเหลืองไม่พอใจกับการใช้รัฐในการช่วยเหลือคนจนของรัฐบาลไทยรักไทย เขาจึงสนับสนุนรัฐประหาร 19 กันยา
1.2 แนวความคิดชาตินิยม + กษัตริย์นิยม แนวความคิดชาตินิยมเป็นข้อเสนอของอำมาตรว่าเราคนไทยด้วยกันมีผลประโยชน์เหมือนกันเพราะเกิดมาในชาติเดียวกัน แต่เราเห็นชัดๆกับตาว่าประเทศไทยมีสองชาติ สองชนชั้น พวกอภิสิทธิชนกับพวกเราพลเมืองเสื้อแดง ผลประโยชน์ของสองฝ่ายที่ตรงข้ามกันไม่มีวันเป็นผลประโยชน์เดียวกันได้
· ปัญหาเขาพระวิหารพวกอำมาตรเสื้อเหลืองพร้อมจะปลุกกระแสชาตินิยมไร้เดียงสา และสร้างความขัดแย้งกับพี่น้องชาวกัมพูชาเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นจากเรื่องที่เขาขโมยประชาธิปไตยของเราไป เราไม่ควรคล้อยตามความคิดชาตินิยมโง่ๆแบบนี้
· สถาบันกษัตริย์ เครื่องมือชั้นเลิศของเผด็จการที่มีประโยชน์ในการมอมเมาและสร้างความกลัว เพื่อไม่ให้คนตั้งคำถามกับปัญหาแท้นั่นคือความเหลื่อมล้ำในทุกมิติของสังคม เขาอ้างว่าสถาบันนี้เป็นจุดรวมหัวใจของคนไทยทุกคน แต่ไม่เห็นออกมาปกป้องคนจน คนเสื้อแดง หรือสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตยของพวกเราเลย ดังนั้นเราต้องสรุปว่าสถาบันนี้เป็นจุดรวมหัวใจของพวก “อภิสิทธิชน” ต่างหาก เราไม่ควรหลงเชื่อแนวคิดชาตินิยมกษัตริย์ที่ไร้ปัญญาแบบนี้
· กำลังทหาร คือ สถาบันที่ทำลายประชาธิปไตยมากที่สุด มีการฆ่าและใช้ความรุนแรงต่อประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ในรอบ 40 ปีที่ผ่านมากองทัพได้หันปืนใส่ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยถึง 4 ครั้ง พวกนายพลอ้างว่า “ปกป้องประเทศชาติ” แต่เขาเพียงปกป้องผลประโยชน์ของอภิสิทธิชนเท่านั้น เงินภาษีของคนจนไม่ควรจะหล่อเลี้ยงระบบแบบนี้เราควรใช้เงินภาษีมาพัฒนาสวัสดิการให้ประชาชนแทน สถาบันนี้ไม่มีความชอบธรรมในกติการะบอบประชาธิปไตยแต่สถาบันทหารมักจะใช้ความชอบธรรมจากสถาบันกษัตริย์ โดยเฉพาะในการทำรัฐประหาร ทั้งสองสถาบันประชาชนคนธรรมดาไม่สามารถตรวจสอบหรือตั้งคำถามได้ สถาบันทหารมีปัญหาในการคอรัปชั่นมากที่สุด และเข้ามาแทรกแซงสื่อทั้งๆที่มันไม่ใช่หน้าที่ของทหาร
1.3 เศรษฐกิจพอเพียง แนวความคิดนี้เป็นแนวความคิดที่ให้ความชอบธรรมมากที่สุดในการไม่บริการพลเมืองคนจนให้ส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกันในฐานะผู้ร่วมพัฒนาชาติ และให้ความชอบธรรมกับความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวย แนวคิดนี้ไม่ได้มีสถานะเป็นทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์แต่อย่างใด แต่กลุ่มนักวิชาการในไทยยังพยายามข้างๆคูๆว่ามันคือเศรษฐศาสตร์ทางเลือก ในความเป็นจริงเศรษฐกิจพอเพียงเป็นลัทธิทางการเมืองที่พยายมมอมเมาคนไม่ให้ตั้งคำถามและยอมจำนนกับสถานภาพของตนเอง เช่น คำให้พรของกษัตริย์ภูมิพลเสนอว่า ถ้าใครรวยก็สามารถฟุ่มเฟือยให้พอเหมาะกับตนเองหากไม่มีตังค์ก็ให้ประหยัด มีงานวิจัยหลายชิ้นรวมถึงงานศึกษาของนักษาระดับปริญญาโทปริญญาเอกที่เสนอว่าแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงไม่สามารถแก้ปัญหารวมถึงไม่สามารถทำให้ชาวบ้านยังชีพได้
อนึ่งปัญหาใหญ่สำหรับคนที่อยู่ในภาคเกษตรคือการไร้ที่ดินทำกิน การชูเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงโดยที่ไม่พูดถึงเรื่องการปฏิรูปที่ดินเป็นเพียงการโกหก คนที่มีที่ดินมากที่สุดในประเทศไทยนั้นคงหนีไม่พ้นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ครอบครัวนี้เต็มไปด้วยความฟุ่มเฟือย กษัตริย์ภูมิพลร่ำรวยติดอันดับโลกแต่กลับไม่เสียภาษีก็เป็นเรื่องที่น่าชิงชัง หากกษัตริย์ภูมิพล รักประชาชนจริงก็ควรจะยกเงินครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นทุนในการสร้างรัฐสวัสดิการให้กับราษฎรที่เขาอ้างว่ารักและยินดีทำงานหนักเพื่อให้ทุกคนลืมตาอ้าปากได้ ที่สำคัญถ้าอยากทำงานโดยสุจริตกับสังคมก็ไม่ควรจะมีการประชาสัมพันธ์ในทีวีทุกวัน คนในสังคมควรจะมีการตั้งคำถามว่าถึงเวลายกเลิกข่าวพระราชสำนักไปหรือยัง? หากรักที่จะทำงานเพื่อคนอื่นจริงก็ไม่ควรจะประชาสัมพันธ์ เพราะไม่อย่างนั้นก็เข้าข่ายโฆษณาชวนเชื่อ
มีการตั้งข้อสังเกตจากนักมนุษยวิทยาชาวต่างประเทศว่าเหตุใดสถาบันกษัตริย์ไทยถึงชอบแช่แข็งความยากจนของคนไทยไว้ คำตอบที่ได้มานั้นค่อนข้างน่าสนใจ หากสังคมมีความเสมอภาคมีความเหลื่อมล้ำน้อย สถาบันกษัตริย์จะไม่มีความสำคัญ จะถูกตั้งคำถามและจะถูกมองว่าเป็นสถาบันที่ไร้ประโยชน์ ในทางกลับกันถ้าสังคมไทยมีความยากจนสถาบันกษัตริย์จะมีความชอบธรรมในการดำรงอยู่เพราะจะสามารถหากินกับความยากจนได้โดยไม่แก้ปัญหาอย่างจริงจัง
วิธีการรับมือกับแนวคิดทางการเมืองของชนชั้นปกครอง
ในการทำสงครามทางความคิดเราชาวเสื้อแดงจะต้องพัฒนาตนเองขึ้นมาเป็น “อาจารย์” การเป็นอาจารย์แปลว่าเราสามารถเถียงและถล่มความคิดของชนชั้นปกครองได้ในทุกเวที ถ้าเราจะมีความมั่นใจแบบนี้เราต้องอ่านหนังสือ จัดกลุ่มศึกษาและฝึกฝนทักษะในการยืนขึ้นเถียงกับทาสรับใช้ของอำมาตร เราต้องแม่นในเรื่องประวัติศาสตร์ไทยแนวคิดทางการเมืองและประสบการณ์จากทั่วโลกซึ่งเราทุกคนสามารถทำตรงนี้ได้ เพราะไม่มีใครเกิดมาโง่ไม่มีใครเกิดมาฉลาด
ในขณะที่เราโจมตีจุดอ่อนของชนชั้นปกครองเราต้องมีข้อเสนอของฝ่ายเราเองเพื่อเป็นทางออกในการแก้ปัญหาสังคม
· เราต้องเสนอรูปธรรมในการขยายการมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศของพลเมืองธรรมดาในทุกระดับ เพื่อสร้างประชาธิปไตยแท้
· ประชาธิปไตยแท้ คือ ตำแหน่งสำคัญๆทางสังคมจะต้องมาจากการเลือกตั้งแทนที่จะเป็นการแต่งตั้ง แต่แค่นั้นไม่พอประชาชนในทุกระดับ ทุกชุมชนจะต้องร่วมกันบริหารโรงเรียน โรงพยาบาล รัฐวิสาหกิจ ตำรวจ ศาล และสถาบันอื่นๆที่เป็นของสาธารณะที่มาจากภาษีของพวกเรา
· ประเทศไทยต้องเป็นรัฐสวัสดิการ เราต้องทำความเข้าใจกับรัฐสวัสดิการว่ามันคืออะไรและจะนำมาใช้ได้อย่างไร
· ประชาธิปไตยมันมากกว่าการเลือกรัฐบาลในวันเลือกตั้ง ถ้าประชาชนทุกคนจะมีสิทธิมีเสียงเท่าเทียมกันอย่างแท้จริงเราจะต้องลดความเหลื่อมล้ำทางอำนาจและทางเศรษฐกิจ ด้วยการปฏิรูปสังคมอย่างถอนรากถอนโคน
Read Full Post »