Feeds:
Posts
Comments

Archive for May, 2010

มวลชนตัดสินใจเองด้วยความโกรธแค้น

เผาตึดจำนวนมากในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

มีการปะทะกับทหารต่อไป

อภิสิทธิ์กับอนุพงษ์คงคิดว่าคุ้มที่ฆ่าประชาชน…!

Read Full Post »

รถหุ้มเกราะ 40 คันเคลื่อนจากเกียกกายเพื่อสลายการชุมนุม แกนนำเสื้อแดงนำเด็กและคนชราไปหลบที่วัด รัฐบาลทรราชอภิสิทธิ์ปฏิเสธการหยุดยิงและการเจรจาเพื่อสร้างสันติภาพ เลือกสร้างเหตุการณ์นองเลือดเพื่อเกาะเก้าอี้

13.30 กรุงเทพฯ แกนนำเสื้อแดงยุติการชุมนุม มอบตัวกับตำรวจ มวลชนไม่พอใจ

Read Full Post »

แกนนำเสื้อแดงเสนอหยุดยิงทันทีและเข้าสู้กระบวนการเจรจา โดยมี ส.ว. เป็นฝ่ายกลางประสาน ส.ว. มาที่ราชประสงค์และขอให้มีการหยุดยิง

แต่รัฐบาลอำมาตย์ปัดไม่สนใจ ขู่จะปราบคืนนี้อีก (18 พ.ค.) เวลา 22 น ไทย

ดูรายการนี้(ภาษาอังกฤษ) ผมโต้กับนักข่าวที่ชอบเขียนลงบางกอกโพสธ์ มันบอกว่าเสื้อแดงเป็นฟาสซิสต์ เป็นเหยื่อโง่ของทักษิณ ควรถูกจับ

http://www.democracynow.org/2010/5/18/debating_the_crisis_in_thailand_is

Read Full Post »

ผมติดตามการต่อสู้ของเพื่อนๆพี่น้องชาวเสื้อแดงมานาน ในช่วงที่ประท้วงที่กรุงเทพฯ พวกเราชาวเสื้อแดงในอังกฤษมีอารมรณ์ร่วมกับท่านมาตลอด แต่เราไม่ต้องกล้าหาญและเสียสละเหมือนท่าน ดังนั้นผมไม่มีสิทธิ์ที่จะกำหนดรายละเอียดของแนวทางในการต่อสู้ในยามวิกฤตตอนนี้ เพราะผมไม่ต้องเป็นคนเสี่ยงตาย

แต่สิ่งที่อยู่ในใจผมคือ ดูเหมือนว่าทหารธรรมดาไม่สนใจชีวิตพี่น้องตนเอง น่าเสียดาย แต่เท่าที่ดูมาทหารแตงโมไม่ใช่ที่พึ่ง เราคงต้องหาทางเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาล การนัดหยุดงานเป็นทางหนึ่งที่สำคัญ เราน่าจะช่วยกันเรียกร้อง

แต่มันมีเรื่องอื่นที่อยากระบายความในใจออกมาที่ยากลำบากคือ….

ในสถานการณ์แหลมคมแบบนี้ ซึ่งถือว่าประชาชนลุกขึ้นสู้ทั่วกรุงเทพฯ และในหลายๆ จังหวัด มันเป็นสถานการณ์ปฏิวัติประชาชน ในกรณีแบบนี้มันมีจุดหนึ่งที่ประชาชนต้องตัดสินใจว่าจะก่อการจลาจลหรือไม่ การก่อจลาจลหมายถึงการเผาหรือยึดตึกราชการ การยึดอาวุธจากทหารและใช้ในการยิงโต้ตอบ…. แต่ถ้าตัดสินใจแบบนั้น มันเดินกลับไม่ได้ และทางรัฐบาลจะใช้เป็นข้ออ้างในการทำสงครามกับเรา …แต่ในอีกด้านหนึ่งรัฐบาลนี้ตัดสินใจลงมือฆ่าเราแล้ว เขาเป็นฝ่ายประกาศสงคราม

Read Full Post »

จดหมายด่วนเปิดผนึกถึงนักสหภาพแรงงาน

ใจ อึ๊งภากรณ์

ท่ามกลางการนองเลือดในกรุงเทพฯ ที่มาจากการปราบปรามประชาชนมือเปล่า โดยทหารและรัฐบาลของอำมาตย์ คนงานในประเทศไทยจะนิ่งเฉยได้อย่างไร?

บ่อยครั้งเราออกมาเดินขบวนในวันแรงงานสากล และชูคำขวัญ “กรรมกรไม่ใช่ทาส” ถึงเวลาแล้วที่แรงงานไทยในสหภาพแรงงานต่างๆ จะต้องออกมาแสดงว่า “เราไม่ใช่ทาส” จริงๆ ด้วยการประกาศการนัดหยุดงานทันทีเพื่อกดดันให้รัฐบาลเลิกฆ่าประชาชน

ในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก แรงงานมีเกียรติยศและประวัติอันน่าชื่นชมในการปกป้องสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย ผมเชื่อมั่นว่าขบวนการแรงงานไทยไม่น้อยหน้ากว่าที่อื่น

อย่าลืมว่ารัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ไม่เคยมาจากการเลือกตั้ง อย่าลืมว่าเรามีรัฐบาลนี้เพราะมีการทำรัฐประหาร ๑๙ กันยา และการทำรัฐประหารเงียบผ่านศาล อย่าลืมว่าเผด็จการทหารตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ และก่อนหน้านั้นด้วยซ้ำ เป็นศัตรูของขบวนการแรงงานมาตลอด อย่าลืมสิ่งที่ รสช. ทำกับขบวนการแรงงาน

อย่าลืมว่าต้นเหตุของรัฐประหาร ๑๙ กันยา และการทำลายประชาธิปไตยของฝ่ายอำมาตย์และเสื้อเหลือง กระทำไปเพื่อพยายามปิดกั้นไม่ให้ประชาชนตาดำๆ มีส่วนในการพัฒนาสภาพชีวิตของตนเอง อย่าลืมว่าคนเหล่านี้ได้แต่ดูถูกดูหมิ่นคนจน แต่เขาสะสมความร่ำรวยจากการทำนาบนหลังคนงาน

สถานการณ์ปัจจุบันเป็นเรื่องของการต่อสู้ทางชนชั้น ระหว่างพวกอภิสิทธิ์ชนกระหายเลือดและประชาชนธรรมดา ทั้งในชนบทและในกรุงเทพฯ ขบวนการเสื้อแดงเป็นขบวนการของคนงานกรรมาชีพและชาวไร่ชาวนา เสื้อแดงคือพี่น้องพ่อแม่ของกรรมาชีพ และเขากำลังถูกฆ่า

ตอนนี้เสื้อแดงกำลังเสี่ยงตายเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย การนัดหยุดงานตามโรงงานต่างๆ ตามสถานที่ทำงานแบบออฟฟิส ในสถานที่ทำงานอื่นๆ หรือการที่รถเมล์หยุดวิ่ง หรือมีการตัดไฟตัดน้ำทั่วกรุงเทพฯ จะมีผลมหาศาลในการหยุดเหตุการณ์นองเลือด และเป็นการเสียสละที่ง่ายกว่าการเผชิญหน้ากับทหารติดอาวุธสงคราม

เรารอไม่ได้แล้ว ขอให้สมาชิกสหภาพแรงงานทั่วประเทศ โดยเฉพาะแกนนำสหภาพ กรุณาปรึกษากับจิตสำนึกของตนเองและทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตย ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเพื่อพิสูจน์ว่ากรรมกรไม่ใช่ทาส

Read Full Post »

อำมาตย์ทั้งหมดมือเปื้อนเลือด!! (อีกครั้ง)

ใจ อึ๊งภากรณ์

อำมาตย์มันกำลังฆ่าประชาชนมือเปล่าที่เรียกร้องประชาธิปไตยอีกครั้ง

ในรอบ 40 ปีที่ผ่านมา มันฆ่าเรา 6 ครั้ง เพราะมันมองว่าเราเป็นผักเป็นปลา เป็นฝุ่นใต้ตีนมัน มันมองว่าประชาชนไม่มีสิทธิ์ที่จะเสรี

มันสั่งสอนเราว่า “ไทย” เป็น “ไท” แต่ภายใต้อำมาตย์ ตั้งแต่อดีตในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ถึงปัจจุบัน มันทำให้ไทยเป็นทาส แล้วมันหน้าด้านบอกว่าประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขเพราะมีนายภูมิพลเป็นกษัตริย์ แต่การมีกษัตริย์กลายเป็นเงื่อนไขในการฆ่าประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อไรที่ชนชั้นปกครองไทยคิดจะฆ่าประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตยและความเป็นธรรม มันใช้ข้ออ้างว่าประชาชนเหล่านั้นไม่จงรักภักดี ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ สำหรับอำมาตย์ความจงรักภักดีของ “ไทยที่เป็นทาส” เป็นเรื่องที่จะต้องบังคับบนกองศพ

ขบวนการเสื้อแดงเกิดขึ้นและเติบโตมาเพราะประชาชนนับล้านไม่พอใจกับเผด็จการและความเหลื่อมล้ำ และอยากต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ในที่สุดขบวนการเสื้อแดงกลายเป็นขบวนการประชาชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย เสื้อแดงไม่ได้ก่อตัวขึ้นมาเพื่อล้มเจ้า และคนจำนวนมากแสดงจุดยืนว่าจงรักภักดี

แต่ในเมื่ออำมาตย์มองเราเป็นขยะ พร้อมจะฆ่าเราโดยไม่เคยสำนึกผิด เราจะจงรักภักดีต่อ “ชาติทหารป่าเถื่อน” และ “กษัตริย์ที่ไม่เคยปกป้องประชาธิปไตย” ทำไม?

ถ้านายภูมิพลสามารถออกมาพูดกับข้าราชการและผู้พิพากษาได้ เขาก็ออกมาห้ามทหารและรัฐบาลที่ฆ่าประชาชนได้ในวันนี้ แต่เขานิ่งเฉยตามเคย ตามที่เขานิ่งเฉยทุกครั้งในอดีตจนกว่าสงครามจะยุติลง นายภูมิพลไม่เคยมีความกล้าหาญที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องตามหน้าที่ประมุข ไม่เคยมีความกล้าที่จะแสดงจุดยืน เป็นคนอ่อนแอไร้จิตสำนึก เชื่อเถิดครับ นายภูมิพลไม่สนใจความอยู่เย็นเป็นสุขของท่านเพื่อนประชาชนที่รักทั้งหลาย นายภูมิพลมองว่าคุณเป็นขยะ เขามองว่าชีวิตท่านไม่มีค่า ชีวิตลูกหลานพ่อแม่พี่น้องของท่านไม่มีค่า เพราะในสายตาเขา เราเป็นแค่ฝุ่นใต้ตีนเขา

ในเมื่อทหารฆ่าประชาชนในนามของภูมิพลและครอบครัวกาฝากของเขา ถ้าเราลุกขึ้นประกาศว่าเราชาวไพร่จะล้มกษัตริย์และระบบเผด็จการอำมาตย์ในทุกร่างทุกรูปแบบ แล้วจะเสียอะไร? มันกำลังฆ่าเราอยู่แล้ว

ระบบกษัตริย์มีหน้าที่หลักในการสร้างความชอบธรรมและความกลัวเพื่อให้ประชาชนจงรักภักดีต่ออำมาตย์ทั้งหมด อำมาตย์เป็นใคร? อำมาตย์เป็นชนชั้น มันประกอบไปด้วยเกือบทุกส่วนของชนชั้นปกครองไทย รวมนายพลที่คุมกองทัพและพร้อมจะสั่งการฆ่าประชาชน รวมพวกศาลและข้าราชการชั้นสูงที่ทำลายความยุติธรรม และรวมพวกอภิสิทธิ์ชนที่สูบเลือดจากการทำงานของประชาชนนับล้านเพื่อสร้างความร่ำรวยให้ตนเอง…. ท่านคิดหรือว่าตระกูลนายอภิสิทธิ์ หรือตระกูลเศรษฐีทั้งหลายร่ำรวยมาจากการขยันทำงานยังงั้นหรือ? ไม่ต้องพูดถึงตระกูลนายภูมิพลที่ขยันสั่งสอนให้ประชาชนคนจน “พอเพียง”

ถ้าความจงรักภักดีต่อกษัตริย์สร้างความชอบธรรมกับพวกกาฝากทรราชที่กดขี่ประชาชน การประกาศว่า “เราไม่เอาเจ้าแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภูมิพลหรือใครก็ตาม” จะทำลายอาวุธทางความคิดที่สำคัญที่สุดที่ช่วยให้อำมาตย์ครองใจสังคม อย่าลืมว่ามันครองสังคมบนซากศพประชาชนด้วย ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยจะประกาศด้วยศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เสรีว่า “เราต้องการสาธารณรัฐ” “เราไม่เอาเจ้าแล้ว”

แต่แค่นั้นไม่พอ เราต้องจัดการกับกองทัพและทหารชาติชั่วที่ฆ่าประชาชนเป็นประจำ

กองทัพไทยเป็นปีศาจดูดเลือดที่เราต้องกำจัดจากสังคม มันดูดทรัพยากรมากมาย งบประมาณเพื่อซื้ออาวุธไว้ฆ่าประชาชน งบประมาณที่เข้ากระเป๋าพวกนายพล และที่สำคัญมันดูดลูกหลานเราที่เป็นทหารเกณฑ์เข้าไปรับใช้มัน จนลูกหลานดีๆ ของเราที่เป็นทหารเกณฑ์หรือทหารอาสาระดับล่าง ถูกบังคับให้เป็นฆาตกร หรือต้องไปตายเพื่อพวกข้างบน

ถึงเวลาที่เราต้องรื้อโครงสร้างกองทัพอย่างถอนรากถอนโคน ต้องปลดนายพลออกให้หมด ลดงบประมาณอย่างถึงที่สุด แปรรูปกองทัพให้รับใช้ประชาชน ให้เป็นหน่วยกู้ภัย ให้เป็นหน่วยที่ดูแลประชาชน ไม่ต้องมีรถถัง ไม่ต้องมีปืนใหญ่ ไม่ต้องมีปืน M79 ไม่ต้องมีปืน M16 เพราะสิ่งเหล่านี้ถูกใช้กับเราประชาชนมาตลอด เนื่องจากผู้นำกองทัพมองว่าศัตรูของชาติมัน ชาติอำมาตย์ คือประชาชนไทย

ในระยะสั้นเราต้องทำให้อำมาตย์ปกครองประเทศไทยไม่ได้ ให้มันลุกเป็นไฟไปเลย! แต่ในรายละเอียดของวิธีการ ผมไม่มีสิทธิ์เสนอ เพราะผมไม่ต้องเสี่ยงชีวิตในประเทศไทยในขณะนี้ ขอให้เพื่อนๆ พี่น้องปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะปลอดภัยได้

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในสองสามวัน เราต้องตัดสินใจปลดแอกสังคมจากอำมาตย์ชาติชั่ว และในกระบวนการปลดแอกนี้ เราต้องปลดแอกปัญญาของเราจากความคิดทาสที่บังคับให้เราจงรักภักดีต่อเจ้าและชื่นชมกองทัพ นี่คือสงครามประชาชน

15 พ.ค.

Read Full Post »

ประกาศแถลงการณ์

กลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร

_________________________________________________________

13 พฤษภาคม 2553

เรื่อง  ขอประณามการลอบสังหาร เสธแดง และ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่มาเรียกร้องประชาธิปไตย

ถึง    นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และกองทัพไทย

การที่มีพี่น้องประชาชนคนไทยผู้รักประชาธิปไตยได้ออกมาแสดงจุดยืนของของตนเอง โดยการเข้ารวมตัวกัน ทางการเมืองแบบสันติวิธี ปราศจากอาวุธ ซึ่งเป็นสิทธิโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ โดยได้เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ยุบสภาและคืนอำนาจให้กับประชาชน เพื่อที่จะได้ใช้สิทธิ์ทำการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว

รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ กองทัพไทย ได้ใช้อำนาจรัฐกระทำการปราบปราบประชาชน โดยการสั่งการให้สังหารประชาชนที่มาเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างเหี้ยมโหดโดยทหารที่ติดอาวุธสงครามร้ายแรง ล่าสุดพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ถูกถูกลอบยิงด้วยอาวุธปืนไรเฟิล จากผู้ยิงที่มีลักษณะเป็นหน่วยแม่นปืน โดยถูกยิงที่บริเวณแยกศาลาแดง เข้าที่บริเวณศรีษะ ขณะนี้อยู่โรงพยาบาลหัวเฉียว นอกจากนั้นยังมีผู้ชุมนุมที่ถูกลอบยิงจนเสียชีวิตแล้ว รวมเป็นจำนวน 3 คน และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส 1 คน ไม่สาหัสอีก 3-4 คน ซึ่งได้รับการส่งตัวไปรักษายังโรง พยาบาลจุฬาลงกรณ์แล้ว

กลุ่มคนไทยผู้รักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร ขอประณามการกระทำที่โหดร้ายป่าเถื่อน ไร้ซึ่งมนุษยธรรมต่อเพื่อนมนุษย์ร่วมชาติด้วยกัน เฉกเช่นสัตย์เดรัจฉานที่คอยซุ่มล่าเหยื่อ โดยการลอบยิง ในขณะที่ผู้ถูกลอบยิงไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นการสูญเสียที่ไม่สามารถยอมรับได้ ยังความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อพี่น้องประชาชนไทยในทุกภาคส่วน และขอเรียกร้องต่อนายอภิสิทธิ์และรัฐบาลดังนี้

1.     ขอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และกองทัพ ประกาศหยุดการสั่งฆ่าประชาชนโดยทันที เพื่อหยุดยั้งความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงที่จะตามมา

2.     ขอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และกองทัพ ออกมารับผิดชอบต่อความสูญเสียในครั้งนี้ รวมทั้งการออกมาแสดงความรับผิดชอบเรื่องการใช้อาวุธร้ายแรงในการปราบประชาชนจนกระทั่งมีคนเสียชีวิต และบาดเจ็บ
3.     ขอให้นายอภิสิทธิ์และรัฐบาล ประกาศยุบสภา เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งนี้โดยทันที

หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐบาลมีความจริงใจและมีความรอบคอบในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในครั้งนี้ เชื่อว่าการสูญเสียชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ และเจ้าหน้าที่พนักงานทหาร และตำรวจคงไม่เกิดขึ้น กลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร ขอให้รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คืนอำนาจให้กับประชาชน เพื่อความสงบสันติสุข จะกลับคืนสู่ประเทศไทยโดยเร็ว

กลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร

http://www. http://konthaiuk.com

วัฒนา เอ็บเบจช์  ประธาน

ทีมงานและสมาชิก

Read Full Post »

คนเสื้อแดงได้อะไรจากการต่อสู้??

ใจ อึ๊งภากรณ์

จุดจบของการต่อสู้รอบนี้ ซึ่งเริ่มในเดือนมีนาคม เป็นการประนีประนอมระหว่างแกนนำคนเสื้อแดงกับรัฐบาลของอำมาตย์ หลายคนคงจะผิดหวัง แต่เราควรใช้เวลาพิจารณาสถานการณ์และกำหนดแนวทางในการต่อสู้ต่อไป เรื่องมันยังไม่จบจนกว่าอำมาตย์จะถูกโค่นล้ม ดังนั้นอย่าไปเสียเวลากับอาการ “อกหัก” อย่าไปท้อ อย่าไปเดินออกจากเวทีการต่อสู้ด้วยความน้อยใจ

ขอย้ำในสิ่งที่เขียนก่อนหน้านี้…. จุดเด่นเราคืออะไร? จุดเด่นของการต่อสู้ของคนเสื้อแดงตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไปมีหลายข้อคือ

  • คนเสื้อแดงได้พิสูจน์ว่าเป็นขบวนการของประชาชนชั้นล่างในการต่อสู้ทางชนชั้น เพื่อเรื่องปากท้องและเพื่อประชาธิปไตยพร้อมกัน ซึ่งรวมคนชนบทและคนในกรุงเทพฯ จำนวนมาก มากจนเป็นประวัติศาสตร์ ยิ่งใหญ่กว่าการต่อสู้ ๑๔ ตุลา การต่อสู้ของ พ.ค.ท. และการต่อสู้ในเดือนพฤษภาปี ๓๕
  • การต่อสู้ที่ยาวนาน ท่ามกลางกระสุนปืน หมอกควัน และข่าวที่ถูกบิดเบือนปิดกั้นโดยรัฐบาล เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประชาชนจำนวนมาก เขาได้เรียนรู้วิธีจัดตั้งตนเอง วิธีเข้าถึงข้อมูล และวิธีกระจายข่าว ยิ่งกว่านั้นการต่อสู้ทำให้เขากลายเป็นผู้นำเอง มีความมั่นใจในการท้าทายอำนาจอำมาตย์ที่กดทับชีวิตประชาชนมานาน เราอาจพูดได้ว่าเกือบจะไม่มีใครในขบวนการเสื้อแดงที่ยังคิดแบบเดิม ไม่มีใครเป็นทาสทางความคิดของลัทธิอำมาตย์
  • การต่อสู้ที่เข้มแข็งของคนเสื้อแดงนี้ บังคับให้เจ้าหน้าที่รัฐระดับล่าง เช่นตำรวจและทหารเกณฑ์ เริ่มคิดหนัก หลายคนไม่ยอมทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา และอาจมีหลายคนที่คิดกบฏ แต่ยังไม่ทำอะไรให้เห็นชัด นี่คืออาการของวิกฤตในการปกครองของรัฐอำมาตย์ เราอาจพูดได้ว่ารัฐอำมาตย์อยู่ได้ก็ด้วยการปราบปราม ขู่เขน และการปิดกั้นข้อมูลเท่านั้น ไม่มีความชอบธรรมเลยในสายตาประชาชนนับล้าน และในสายตาสื่อต่างประเทศและชาวโลกที่สนใจประเทศไทย
  • เราบังคับให้รัฐบาลอำมาตย์เลื่อนการเลือกตั้งมาข้างหน้า 3 เดือน

ขอเพิ่มเติมตรงนี้ให้ชัดเจนมากขึ้นคือ ท่ามกลางการต่อสู้ คนเสื้อแดงส่วนใหญ่หมดศรัทธาในสถาบันกษัตริย์แล้ว และสาเหตุมาจากพฤติกรรมของฝ่ายอำมาตย์เองตั้งแต่การผูกโบสีเหลืองในรัฐประหาร ๑๙ กันยา เราต้องเลี้ยงกระแสนี้ให้เติบโตมั่นคงขึ้น เพราะจะมีผลมหาศาลในการทำให้กองทัพหมดความชอบธรรมในการแทรกแซงการเมือง และเปิดทางให้มีการสร้างประชาธิปไตยแท้ได้

ข้อที่น่ากังวล

การประนีประนอมครั้งนี้ทิ้งปัญหาสำคัญๆ ไว้มากมาย เพราะไม่มีการแก้ไขการเซ็นเซอร์สื่อและอินเตอร์เน็ต ไม่มีคำมั่นสัญญาว่าจะเปิดสื่ออย่างเช่น ประชาไท หรือวิทยุชุมชน ไม่มีการพูดถึงนักโทษทางการเมืองในคดีหมิ่นเดชานุภาพฯ และคดีที่มาจากการปิดถนนท่ามกลางการประท้วง คนเหล่านี้ยังติดคุกอยู่ ในประเด็นเหล่านี้พวกเราชาวเสื้อแดงคงต้องสู้ต่อไปในรูปแบบกรณีเฉพาะ ตามจุดและชุมชนต่างๆ ไม่ใช่ยอมจำนนหรือรอการเลือกตั้ง

จุดอ่อนที่ทำให้คนเสื้อแดงชุมนุมต่อไม่ได้

เราต้องดูจุดอ่อนของขบวนการ เพราะจุดอ่อนเหล่านี้ทำให้มันยากที่จะสู้ต่อไปโดยไม่มียุทธวิธีใหม่ๆ ซึ่งเป็นผลทำให้มีการประนีประนอมในที่สุด ดังนั้นเพื่อให้ฝ่ายเราไปปรับแก้และพัฒนาการต่อสู้ในอนาคต เราต้องคิดหนักตรงนี้ เพราะการสู้กับอำมาตย์จะไม่จบง่ายๆ

  • ขบวนการเสื้อแดงยังไม่จัดตั้งในหมู่คนงาน ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างในโรงงาน หรือพนักงานในออฟฟิส ฯลฯ เพราะถ้าลูกจ้างที่เป็นเสื้อแดงจัดตั้งกันในสหภาพแรงงาน เราสามารถใช้พลังการนัดหยุดงานมากดดันอำมาตย์ และพลังนี้มีประสิทธิภาพสูง ปราบด้วยกองกำลังได้ยากอีกด้วย มันเป็นอำนาจทางเศรษฐกิจ
  • การนำในขบวนการเสื้อแดงควรขยายให้สะท้อนความยิ่งใหญ่ของขบวนการ กลุ่มเสื้อแดงจากชุมชนต่างๆ ที่เราเห็นชัดในรูปแบบซุ้มหรือกลุ่มคนที่เดินทางมาด้วยกัน ควรเลือกผู้แทนของตนเองหนึ่งคน และให้ผู้แทนเหล่านี้ประชุมหารือกับแกนนำตลอดเวลา เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างคนเสื้อแดงรากหญ้ากับแกนนำอย่างเป็นระบบ การตัดสินใจอะไรก็ควรตัดสินใจร่วมกันแบบนี้ ซึ่งจะทำให้ขบวนการเสื้อแดงเข้มแข็งยิ่งขึ้น แกนนำจะมีโอกาสผิดพลาดน้อยลง และรากหญ้าจะร่วมรับผิดชอบในการนำด้วย โดยที่จะสร้างความสามัคคีมากขึ้น นอกจากนี้แกนนำเสื้อแดงในทุกระดับควรมีผู้หญิง เพื่อสะท้อนความจริงเกี่ยวกับขบวนการของเรา
  • คนเสื้อแดงต้องทำการบ้านหนักขึ้นในการต่อสายกับทหารเกณฑ์ เพื่อขยายการจัดตั้งของเสื้อแดงเข้าไปในกองทัพ ทหารแตงโมที่จะน่าไว้ใจและมีประสิทธิภาพสูงสุดคือทหารเกณฑ์ที่เป็นเสื้อแดง และในยามวิกฤตเราจะได้สนับสนุนให้เขาฝืนคำสั่งของพวกนายพลที่ต้องการฆ่าประชาชน
  • เมื่อมีการยุบสภาและเลือกตั้ง พรรคของคนเสื้อแดงต้อง “คิดใหม่ทำใหม่” รอบสอง เพื่อครองใจประชาชนต่อไป ควรมีการเสนอนโยบายรัฐสวัสดิการ นโยบายที่จะช่วยคนงานและเสริมค่าจ้าง นโยบายสร้างสันติภาพในภาคใต้ และนโยบายเพื่อปฏิรูประบบยุติธรรมและระบบสื่อมวลชน ฯลฯ เราต้องเป็นพรรคของไพร่และพรรคของเสรีภาพและต้องเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวของขบวนการเสื้อแดง ทั้งในระดับชาติ และระดับชุมชน มีบทบาทหลักในพรรค ไม่ใช่ปล่อยให้นักการเมืองเก่าๆ ที่ไม่ทำอะไร มาหากินกับการต่อสู้ของประชาชน

เรามีภารกิจในการปลดแอกพลเมืองประเทศนี้จากอำนาจเผด็จการของอำมาตย์ ถ้าเราไม่นำ “กำไร” ที่เราได้มาจากการต่อสู้ในสองเดือนที่ผ่านมา มาเสริมและพัฒนาแนวทางของเราให้ยกระดับสูงขึ้น การเสียสละของคนเสื้อแดงจะละลายไปกับน้ำ เราต้องไม่พลาดตรงนี้  แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เมืองไทยจะกลับไปเป็นแบบเก่าไม่ได้อีกแล้ว

Read Full Post »

จุดเด่นจุดด้อยของการต่อสู้ของคนเสื้อแดงตั้งแต่มีนาคมปีนี้

ใจ อึ๊งภากรณ์

จุดเด่นของการต่อสู้ของคนเสื้อแดงตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไปมีหลายข้อคือ

  1. คนเสื้อแดงได้พิสูจน์ว่าเป็นขบวนการของประชาชนชั้นล่างในการต่อสู้ทางชนชั้น เพื่อเรื่องปากท้องและเพื่อประชาธิปไตยพร้อมกัน ซึ่งรวมคนชนบทและคนในกรุงเทพฯ จำนวนมาก มากจนเป็นประวัติศาสตร์ ยิ่งใหญ่กว่าการต่อสู้ ๑๔ ตุลา การต่อสู้ของ พ.ค.ท. และการต่อสู้ในเดือนพฤษภาปี ๓๕
  2. การต่อสู้ที่ยาวนาน ท่ามกลางกระสุนปืน หมอกควัน และข่าวที่ถูกบิดเบือนปิดกั้นโดยรัฐบาล เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประชาชนจำนวนมาก เขาได้เรียนรู้วิธีจัดตั้งตนเอง วิธีเข้าถึงข้อมูล และวิธีกระจายข่าว ยิ่งกว่านั้นการต่อสู้ทำให้เขากลายเป็นผู้นำเอง มีความมั่นใจในการท้าทายอำนาจอำมาตย์ที่กดทับชีวิตประชาชนมานาน เราอาจพูดได้ว่าเกือบจะไม่มีใครในขบวนการเสื้อแดงที่ยังคิดแบบเดิม ไม่มีใครเป็นทาสทางความคิดของลัทธิอำมาตย์
  3. การต่อสู้ที่เข้มแข็งของคนเสื้อแดงนี้ บังคับให้เจ้าหน้าที่รัฐระดับล่าง เช่นตำรวจและทหารเกณฑ์ เริ่มคิดหนัก หลายคนไม่ยอมทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา และอาจมีหลายคนที่คิดกบฏ แต่ยังไม่ทำอะไรให้เห็นชัด นี่คืออาการของวิกฤตในการปกครองของรัฐอำมาตย์ เราอาจพูดได้ว่ารัฐอำมาตย์อยู่ได้ก็ด้วยการปราบปราม ขู่เขน และการปิดกั้นข้อมูลเท่านั้น ไม่มีความชอบธรรมเลยในสายตาประชาชนนับล้าน และในสายตาสื่อต่างประเทศและชาวโลกที่สนใจประเทศไทย

แต่เราต้องดูจุดอ่อนของขบวนการด้วย เพื่อให้ฝ่ายเราไปปรับแก้และพัฒนาการต่อสู้ เพราะการสู้กับอำมาตย์จะไม่จบง่ายๆ จุดอ่อนที่เราต้องช่วยกันแก้คือ

  1. ขบวนการเสื้อแดงยังไม่จัดตั้งในหมู่คนงาน ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างในโรงงาน หรือพนักงานในออฟฟิส ฯลฯ เพราะถ้าลูกจ้างที่เป็นเสื้อแดงจัดตั้งกันในสหภาพแรงงาน เราสามารถใช้พลังการนัดหยุดงานมากดดันอำมาตย์ และพลังนี้มีประสิทธิภาพสูง ปราบด้วยกองกำลังได้ยากอีกด้วย มันเป็นอำนาจทางเศรษฐกิจ
  2. การนำในขบวนการเสื้อแดงควรขยายให้สะท้อนความยิ่งใหญ่ของขบวนการ แกนนำควรจะให้กลุ่มเสื้อแดงจากชุมชนต่างๆ ที่เราเห็นชัดในรูปแบบซุ้มหรือกลุ่มคนที่เดินทางมาด้วยกัน เลือกผู้แทนของตนเองหนึ่งคน และให้ผู้แทนเหล่านี้ประชุมหารือกับแกนนำ เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างคนเสื้อแดงรากหญ้ากับแกนนำตลอดเวลาอย่างเป็นระบบ การตัดสินใจอะไรก็ควรตัดสินใจร่วมกันแบบนี้ ซึ่งจะทำให้ขบวนการเสื้อแดงเข้มแข็งยิ่งขึ้น แกนนำจะมีโอกาสผิดพลาดน้อยลง และรากหญ้าจะร่วมรับผิดชอบในการนำด้วย โดยที่จะสร้างความสามัคคีมากขึ้น นอกจากนี้แกนนำเสื้อแดงในทุกระดับควรมีผู้หญิง เพื่อสะท้อนความจริงเกี่ยวกับขบวนการของเรา
  3. คนเสื้อแดงต้องทำการบ้านหนักขึ้นในการต่อสายกับทหารเกณฑ์ เพื่อขยายการจัดตั้งของเสื้อแดงเข้าไปในกองทัพ ทหารแตงโมที่จะน่าไว้ใจและมีประสิทธิภาพสูงสุดคือทหารเกณฑ์ที่เป็นเสื้อแดง และในยามวิกฤตเราจะได้สนับสนุนให้เขาฝืนคำสั่งของพวกนายพลที่ต้องการฆ่าประชาชน
  4. ถ้ามีการยุบสภาและเลือกตั้ง พรรคของคนเสื้อแดงต้อง “คิดใหม่ทำใหม่” รอบสอง เพื่อครองใจประชาชนต่อไป ควรเสนอนโยบายรัฐสวัสดิการ นโยบายที่จะช่วยคนงานและเสริมค่าจ้าง นโยบายสร้างสันติภาพในภาคใต้ และนโยบายเพื่อปฏิรูประบบยุติธรรมและระบบสื่อมวลชน ฯลฯ

ไม่ว่าการต่อสู้รอบนี้จะจบลงชั่วคราวอย่างไร เรามีภารกิจในการปลดแอกพลเมืองประเทศนี้จากอำนาจเผด็จการของอำมาตย์ และการต่อสู้นี้จะใช้เวลา แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เมืองไทยจะกลับไปเป็นแบบเก่าไม่ได้อีกแล้ว

Read Full Post »

คนเสื้อแดงควรต่อรองกับข้อเสนอของอภิสิทธิ์

ใจ อึ้งภากรณ์

ในเมื่อคนเสื้อแดงต่อสู้และเสียสละถึงขนาดนี้แล้ว ไม่ควรยอมรับข้อเสนอของทรราชอภิสิทธิ์แบบง่ายๆโดยไม่มีการต่อรองเพิ่มเติม อย่างน้อยที่สุด…

  1. เราควรเรียกร้องให้ยุบสภาในวันที่ 14 กรกฎาคม แทนวันที่ 14 กันยายน เพื่อเลือกตั้งในวันที่ 14 กันยายน ซึ่งถือว่าเป็นการประนีประนอมพบกันครึ่งทาง
  2. การกำหนดวันยุบสภาและวันเลือกตั้ง ต้องไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อไม่ให้มีการกลับคำในภายหลังโดยอ้างสถานการณ์ที่ “ไม่เอื้อกับการเลือกตั้ง”
  3. เราควรเรียกร้องให้อภิสิทธิ์ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี และให้พรรคร่วมรัฐบาลเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่มาเป็นนายกรัฐมนตรีชั่วคราว
  4. ผบทบ. หัวหน้าพรรคต่างๆ ฯลฯ จะต้องออกมาสัญญาว่าจะไม่แทรกแซงการเลือกตั้ง และจะยอมรับผลการเลือกตั้ง
  5. เราควรเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิก พรก. ฉุกเฉิน และถอนทหารตำรวจออกจากพื้นที่ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดทันที
  6. รัฐบาลควรยกเลิกข้อกล่าวหา หมายจับ หมายเรียก และการดำเนินคดีต่างๆ ทุกคดีที่ใช้กับคนเสื้อแดงทุกคนอันเป็นผลจากการชุมนุมครั้งนี้ คนเสื้อแดงที่ติดคุกเพราะปิดกั้นถนนควรถูกปล่อยตัวทันที อภิสิทธิ์ควรขอโทษที่รัฐบาลและศอฉ.กล่าวหาแกนนำเสื้อแดงและคนอื่นว่าเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการล้มเจ้า
  7. รัฐบาลต้องยกเลิกการปิดกั้นและเซ็นเซอร์สื่อทั้งหมดทันที โดยเฉพาะสื่อคนเสื้อแดงทุกชนิด รวมถึงโทรทัศน์ วิทยุชุมชน และเว็ปไซท์อย่างเช่น ประชาไท ฯลฯ
  8. คณะกรรมการที่จะมาตรวจสอบข้อมูลเรื่องเหตุการณ์นองเลือด 10 เมษายน ต้องไม่เป็นเครื่องมือของอำมาตย์ ดังนั้นน่าจะประกอบไปด้วยฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายเสื้อแดง และคนที่เป็นกลางในสัดส่วนเท่าๆ กัน ประธานกรรมการควรจะเป็นคนกลางจริงๆ เช่นคนต่างประเทศที่แต่งตั้งโดยสหประชาชาติหรือ ASEAN คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดปัจจุบันไม่ควรเกี่ยวข้องในฐานะ “คนเป็นกลาง” เพราะประกอบไปด้วยคนที่สนับสนุนพันธมิตรฯและรัฐประหาร ๑๙ กันยา

ข้อเสนอห้าข้อของอภิสิทธิ์เต็มไปด้วยคำโกหกและคำแก้ตัว มีการโกหกว่าเขาปกป้องเสรีภาพของสื่อ มีการโกหกเรื่องสถาบันกษัตริย์ เพราะในความเป็นจริงทหาร พันธมิตรฯ และรัฐบาลเป็นผู้ดึงสถาบันนี้มาใช้เพื่อให้ความชอบธรรมกับตนเอง ไม่ใช่คนเสื้อแดงที่ดึงสถาบันมาเกี่ยวกับการเมือง และการกระทำของเสื้อเหลืองและอำมาตย์ได้ทำให้ประชาชนจำนวนมากเสื่อมศรัทธาในสถาบันกษัตริย์ มีการโกหกว่าวิกฤตนี้มาจากแค่เรื่องความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสำคัญมาก แต่อีกประเด็นคือการที่อำมาตย์ทำลายสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย

ในระยะยาว หลังจากที่เราแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในวิกฤตนี้ เราต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญปี ๕๐ ของทหาร ปฏิรูปการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ ยกเลิกกฎหมายหมิ่นเดชานุภาพและปล่อยนักโทษทางการเมืองทั้งหมด ต้องเดินหน้าเพื่อสร้างรัฐสวัสดิการแบบถ้วนหน้า และครอบวงจร ผ่านการเก็บภาษีก้าวหน้าจากคนรวย ประชาชนต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดินตามความหมายของประชาธิปไตยแท้

เราไม่ต้องการเป็นไพร่เป็นทาสหรือฝุ่นใต้ตีนใครอีกต่อไป!

Read Full Post »

« Newer Posts

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.