Feeds:
Posts
Comments

Archive for November, 2010

ศาลเตี้ยในไทย หาข้ออ้างในการยกฟ้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ โดยอ้างว่า “กระบวนการฟ้อง” ผิดข้ออ้างนี้เป็นประโยชน์ต่อศาลและอำมาตย์มาก เพราะไม่ต้องพิจารณาการโกงของพรรคเลย เปิดทางไปสู่การเลือกตั้งในอนาคต แต่ตอนนี้อำมาตย์กำลังคิดหนักวางแผนว่าจะโกงการเลือกตั้งแบบ “เนียนๆ” อย่างไร
ทหารไทย ซึ่งเป็นอำนาจแท้ที่อยู่เบื้องหลังการทำลายประชาธิปไตย ต้องการสร้างภาพลวงตาที่ให้ความชอบธรรมกับเผด็จการอำมาตย์ เขาต้องการภาพสร้างของรัฐบาล “ประชาธิปไตยพลเรือน” เพื่อปิดบังความจริง และต้องการนายภูมิพลเพื่อประทับตราให้ความชอบธรรมอีกด้วย
พวกนายพล และนายก ควรถูกจำคุกเพราะก่ออาชญากรรมต่อประชาชน ปชป. ควรถูกยุบเพราะเป็นพรรคของอาชญากรดูวิดีโอของ Roger Arnold ที่ได้รับรางวัล Rory Peck

Read Full Post »

ทำไมสตรีไทยต้องมีสิทธิทำแท้งเสรี

ใจ อึ๊งภากรณ์

สิทธิของสตรีที่จะควบคุมร่างกายตนเอง โดยไม่มีนักการเมือง พระ ผู้พิพากษา หรือพวกอนุรักษ์นิยมหัวไดโนเสาร์ มาควบคุม เป็นสิทธิมนุษยชนหรือสิทธิพลเมืองพื้นฐาน “สิทธิเหนือเนื้อตัวร่างกาย” นี้ หมายถึงสิทธิที่จะตั้งท้องหรือไม่ และสิทธิที่จะยุติการตั้งท้องถ้าไม่พร้อม สิทธิในการทำแท้งอย่างปลอดภัยนั้นเอง

พวกที่อ้าง “ศีลธรรม” เพื่อนำความคิดของตนเอง มาบังคับใช้กับคนอื่น โดยสนับสนุนกฎหมายห้ามทำแท้งอย่างที่มีอยู่ในไทยในปัจจุบัน เป็นพวกที่ใช้เผด็จการเพื่อกดขี่คนอื่น เพราะถ้าคุณเป็นสตรีที่ไม่เห็นด้วยกับการทำแท้งคุณก็ไม่ต้องทำ แต่คุณไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายผู้หญิงคนอื่นที่คิดต่าง ถ้าคุณเป็นผู้ชายคุณมีสิทธิ์พูดและคิด แต่ไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งสิ้นในการสนับสนุนการบังคับผู้หญิงไม่ให้ทำแท้ง คนที่อยากเผด็จการกับร่างกายสตรี เป็นพวกที่นิยมระบบทาส เพราะการใช้อำนาจเหนือร่างกายผู้อื่นคือระบบทาส

พวกที่อ้าง “ศีลธรรม” ในการห้ามทำแท้ง เป็นพวกสองมาตรฐาน เพราะเน้น “สิทธิจอมปลอมของทารกที่ยังไม่เกิด” เหนือ “สิทธิแม่” แต่ยิ่งกว่านั้นพวกนี้เป็นคนที่ให้ความชอบทำกับการมีกองทัพเพื่อฆ่าคน และให้ความชอบธรรมกับการฆ่าคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์ นอกจากนี้พวกที่คัดค้านการทำแท้งมักจะสนับสนุนโทษประหารชีวิต

หัวหอกในการจำกัดสิทธิสตรีไทยในการทำแท้งคือ จำลอง ศรีเมือง ที่เป็นหัวหน้าแก๊งพันธมิตรฯ จำลอง คนนี้เคยเป็นทหารรับจ้างเพื่อฆ่าคนในลาว เป็นคนที่มีส่วนในเหตุการณ์นองเลือด ๖ ตุลา และเป็นคนที่เคลื่อนไหวเพื่อล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง พรรคพวกของเขามองว่าพลเมืองไทยมี “ประชาธิปไตยมากเกินไป”

สิทธิการทำแท้งเป็นเรื่องชนชั้น เพราะในขณะที่คนจนหรือกรรมาชีพในโรงงานต้องเสี่ยงกับการทำแท้งอย่างไม่ปลอดภัยในสถานที่เถื่อน หรือเสี่ยงกับการติดหนี้มหาศาลเพื่อไปทำแท้งในคลินิก คนรวยและลูกสาวของครอบครัวเบื้องบนชั้นสูง สามารถใช้เงินซื้อการทำแท้งปลอดภัยในไทยหรือในต่างประเทศ และเขาทำเป็นประจำ

พวกอนุรักษ์นิยมเสื้อเหลืองโกหกว่าการทำแท้งกับการมีเพศสัมพันธ์แบบ “สำซ่อน” เกี่ยวโยงกัน แต่เราต้องเปิดเผยความจริงว่าสตรีส่วนใหญ่ที่เลือกทำแท้งในไทยและที่อื่น เป็นคนที่มีคู่ถาวร จำนวนมากมีลูกแล้วด้วย แต่จุดร่วมคือไม่พร้อมจะตั้งท้อง ยิ่งกว่านั้นพวกเสื้อเหลืองอนุรักษ์นิยมเป็นพวกที่คัดค้านการให้เพศศึกษากับวัยรุ่น และคัดค้านการตั้งเครื่องขายถุงยางในห้องน้ำมหาวิทยาลัยและที่อื่นๆ ที่วัยรุ่นใช้ พวกเสื้อเหลืองอนุรักษ์นิยมมองด้วยความผิดเพี้ยน ว่าการมี sex หรือเพศสัมพันธ์คือ “สิ่งสกปรก” เพราะเขาเองทำให้สกปรกเองผ่านการซื้อขายเพศ การถ่ายภาพแล้วไปปล่อยตามอินเตอร์เน็ท หรือการเอาเปรียบบังคับเด็กๆ แต่การมีเพศสัมพันธ์อย่างเท่าเทียมกันและสมัครใจ ระหว่างวัยรุ่นกันเอง หรือผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะแต่งงานหรือไม่ เป็นสิ่งงดงาม

กฎหมายห้ามทำแท้งของไทย ที่รัฐอำมาตย์บังคับใช้มานาน เป็นการกดขี่สตรีภายใต้สองมาตรฐานของศีลธรรม และเป็นสิ่งที่บังคับให้สตรีไทยต้องไปเสี่ยงกับความอันตราย

การจำกัดสิทธิของผู้หญิงที่จะเลือกทำแท้ง เป็นผลจากความคิดจารีตเรื่องครอบครัว ที่พยายามควบคุมแง่ต่างๆ ของเพศสัมพันธ์ในสังคม ความคิดอนุรักษ์นิยมมองว่าชายกับหญิง แต่โดยเฉพาะผู้หญิง ต้องแต่งงานก่อนมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งหมายความว่าการมีเพศสัมพันธ์มีเพื่อมีลูกเป็นหลัก และผู้หญิงจะมีบทบาทหลักในการดูแลลูกภายใต้กรอบจารีตของครอบครัวทุนนิยม การที่ผู้หญิงจะมีเพศสัมพันธ์ตามความต้องการทางเพศธรรมชาติ ถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ “ผิดอับอายขายหน้า” ดังนั้นการป้องกันตัวเองจากการตั้งครรภ์ด้วยการคุมกำเนิด ย่อมเป็นสิ่งต้องห้ามในวัยรุ่นที่ยังไม่แต่งงาน และการทำแท้งถูกทำให้กลายเป็นสิ่งต้องห้ามเช่นกัน แต่คาดว่าในประวัติศาสตร์ ยุคก่อนการค้นพบวิธีคุมกำเนิด การทำแท้งเป็นวิธีการปกติของผู้หญิงไทยในการจำกัดจำนวนบุตร

เราต้องมองว่าประเด็นหลักของพวกที่คัดค้านการทำแท้งไม่ใช่ศาสนาหรือศีลธรรม ทั้งๆ ที่ถูกอ้างมาตลอด ประเด็นหลักคือการพยายามควบคุมผู้หญิงและเพศสัมพันธ์

ในประเทศที่รัฐบาลส่งเสริมสุขภาพของพลเมือง หรือในประเทศที่รัฐถูกกดดันโดยขบวนการสิทธิสตรี เริ่มมีการยอมรับสิทธิในการเลือกทำแท้งเสรี ตัวอย่างที่ดีคือประเทศยุโรปตะวันตกที่มีรัฐสวัสดิการ

ถ้าพิจารณาประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะพบว่ามีแค่สองประเทศเท่านั้นที่ยอมให้ผู้หญิงมีสิทธิเหนือเนื้อตัวร่างกายตนเอง โดยยอมให้มีสิทธิทำแท้งเสรี สองประเทศนั้นคือสิงคโปร์ และเวียดนาม

ในประเทศสิงคโปร์ก่อนปีค.ศ. 1969 การทำแท้งเป็นเรื่องผิดกฎหมายตามกฎหมายที่เป็นมรดกจากยุคอาณานิคมอังกฤษ แต่ตั้งแต่ 1969 เป็นต้นไปมีการเสนอให้เปิดเสรีมากขึ้นในเรื่องทำแท้ง จนในปี 1974 มีการอนุญาตให้เลือกทำแท้งได้ สาเหตุหลักที่มีการเปลี่ยนกฎหมายคือประเด็นเรื่องความปลอดภัยสำหรับผู้หญิง รัฐบาลสิงคโปร์เข้าใจว่าการห้ามทำแท้ง ไม่ได้ยับยั้งการทำแท้งอย่างแท้จริง เพราะเพียงแต่บังคับให้คนไปทำแท้งในสถานที่อันตรายและผิดกฎหมายที่ไม่มีแพทย์ให้บริการ และบ่อยครั้งผู้ที่เป็นหัวหอกในการเสนอให้ทำแท้งเสรี คือหมอที่เคยต้องรักษาผู้หญิงที่มีปัญหาจากการทำแท้งเถื่อน คาดว่าอัตราการทำแท้งในปี 1996 เท่ากับ 15.9 ครั้ง ต่อประชากรผู้หญิงทุก 1000 คน ซึ่งต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยของเอเชีย

อย่างไรก็ตาม ในปี 1987 รัฐบาลสิงคโปร์เริ่มเปลี่ยนนโยบายไปสู่แนวจารีตอีกครั้ง เมื่อออกกฎหมายบังคับให้สตรีต้องไปปรึกษานักจิตวิทยาก่อนตัดสินทำแท้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งในใจกลางสังคมทุนนิยม ที่ไม่เคยหายไป

ในประเทศเวียดนาม ในยุคอาณานิคมฝรั่งเศส การทำแท้งถือว่าผิดกฎหมาย แต่หลังจากที่เวียดนามเหนือได้รับเอกราชผ่านการต่อสู้กับฝรั่งเศส สตรีมีสิทธิเลือกทำแท้งตั้งแต่ทศวรรษที่ 60 เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับสิทธิเจริญพันธ์และสุขภาพของผู้หญิง แต่ในเวียดนามใต้ ซึ่งเป็นรัฐบาลเผด็จการทหารในค่าย “โลกเสรี” ของสหรัฐอเมริกา ไม่มีการเปิดโอกาสให้สตรีมีสิทธิเหนือเนื้อตัวร่างกายแต่อย่างใด ต่อมาเมื่อคอมมิวนิสต์ได้รับชัยชนะและรวมชาติในปี 1975 มีการขยายสิทธิทำแท้งไปทั่วประเทศ

นอกจากผู้หญิงจะมีสิทธิ์ทำแท้งแล้ว ในช่วงแรกหลัง 1975 มีการพัฒนาการบริการของรัฐในเรื่องสุขภาพอนามัยสำหรับสตรี ซึ่งรวมถึงการบริการในด้านการคุมกำเนิดอีกด้วย และกฎหมายคุ้มครองสุขภาพอนามัยของประชาชนปี 1989 เน้นว่าผู้หญิงมีสิทธิที่จะเลือกทำแท้ง และได้รับการบริการในทุกด้านที่เกี่ยวกับสุขภาพสตรี ในขณะเดียวกันมีการห้ามทำแท้งหรือติดอุปกรณ์คุมกำเนิดในสถานที่ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐ บ่อยครั้งพนักงานภาครัฐและคนจนสามารถได้รับบริการทำแท้งและการรักษาสุขภาพอื่นๆ โดยไม่คิดค่าบริการ และที่สำคัญคือ ในปี 1991 มีการออกกฎระเบียบให้ผู้หญิงลางานเพื่อทำแท้ง ซึ่งเป็นประเด็นที่มักถูกมองข้าม

กรณีเวียดนาม ที่มีเสรีภาพในการทำแท้ง เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะเวียดนามเป็นประเทศที่ค่อนข้างจะยากจนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่สถานภาพของผู้หญิงในเรื่องสุขภาพเจริญพันธ์ค่อนข้างดี เมื่อเทียบกับประเทศไทย

จากการสำรวจความเห็นและประสบการณ์ของพนักงานสาธารณะสุขในหลายประเทศของเอเชีย [ดู Susheela Singh, Deirdre Wulf และ Heidi Jones (1997)ในหนังสือ “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเด็นถกเถียงทางการเมือง” ของ ใจ อึ๊งภากรณ์ ๒๕๕๓] ค้นพบว่าผู้หญิงในทุกประเทศจะไปทำแท้ง ไม่ว่าจะถูกหรือผิดกฎหมาย อัตราการทำแท้งเฉลี่ยในเอเชียคือ 3% ของประชากรต่อปี หรือการทำแท้งทั้งหมด 4.2 ล้านกรณีต่อปี ซึ่งในตัวเลขดังกล่าวมีอัตราการทำแท้งผิดกฎหมาย 3 ล้านรายต่อปี

ในประเทศที่มีสิทธิ์ทำแท้งเสรี ผู้หญิงจะสามารถทำแท้งในโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน ซึ่งสร้างความปลอดภัยกับผู้หญิง ส่วนในประเทศที่การทำแท้งเป็นเรื่องผิดกกหมาย อย่างประเทศไทย ผู้หญิงต้องไปเสี่ยงกับการทำแท้งเถื่อนที่อันตรายต่อชีวิต สำหรับผู้หญิงที่มีรายได้สูง เขาสามารถใช้เงินเพื่อซื้อความปลอดภัยในการทำแท้งได้ แม้แต่ในประเทศที่ห้ามทำแท้ง ดังนั้นผู้ที่เสี่ยงภัยมากที่สุดคือผู้หญิงยากจน โดยเฉพาะในชนบท ในกลุ่มผู้หญิงที่ไปทำแท้งเถื่อน ประมาณ หนึ่งในสาม เกิดปัญหาสุขภาพ และประมาณครึ่งหนึ่งในจำนวนนี้ต้องเข้าโรงพยาบาล

สรุปแล้วการทำแท้งเป็นประเด็นชนชั้นในสองมิติคือ ในมติความคิดทางการเมือง แนวคิดจารีตเรื่องครอบครัวของทุนนิยม ที่จำกัดการทำแท้ง เป็นแนวคิดที่ให้ประโยชน์กับชนชั้นปกครอง ทั้งๆ ที่ทำให้ผู้หญิงต้องเสี่ยงภัย และในมิติรูปธรรมของการทำแท้ง คนจนมักต้องเสี่ยงภัยมากกว่าคนรวยเสมอ นี่คือสาเหตุที่เราต้องสนับสนุนสิทธิการทำแท้งเสรีสำหรับสตรีไทย

 

 

Read Full Post »

ภาพโดย

คำเกิ่ง แห่งทุ่งหมาหลง

Read Full Post »

Read Full Post »

Read Full Post »

เชิญเสื้อแดงในประเทศอังกฤษทุกท่านร่วมงานที่ลอนดอน…..

Lunch Talk”

7 เดือนหลังราชประสงค์

อนาคตของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 11.00-15.00น

ร้าน Thai Room, G2-G7 Bow Wharf, 221 Grove Road, Bow,

London E3 5SN

  • วิทยากร: ใจ อึ๊งภากรณ์ และดีเจหลายคนจากเวป KonthaiUK
  • Phone In
  • ร่วมแลกเปลี่ยนแสดงความเห็น
  • ร่วมรับประทานอาหารไทย
  • ระดมสมองเรี่ยรายเงินช่วยเหลือคนไทย
  • รับหนังสือภาษาไทยใหม่ฟรีเรื่อง “วิกฤตการเมืองประชาธิปไตย เราจะโค่นอำมาตย์อย่างไร”

ราคาตั๋ว(ค่าอาหาร)คนละ £10 ถ้าซื้อล่วงหน้า

£12 ถ้าซื้อหน้างาน

ซื้อตั๋วล่วงหน้า และรายละเอียด ติดต่อ:

ใจ อึ๊งภากรณ์ ที่ ji.ungpakorn@gmail.com

07817034432

กรุณาประชาสัมพันธ์ต่อ…..

Read Full Post »

Read Full Post »

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.