Feeds:
Posts
Comments

Archive for the ‘วิกฤตการเมืองไทย’ Category

อนาคตแนวสู้ของเสื้อแดงกับปัญหารูปธรรมของการเลือกตั้งปลอม

ใจ อึ๊งภากรณ์

 

ในขณะที่ฝ่ายอำมาตย์และสมุนพันธมิตรฯกำลังพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนด้วยการก่อสถานการณ์สงครามทุเรศที่ชายแดนเขมร และการปล่อยข่าวลือเรื่องรัฐประหารให้เราเป็นกระต่ายตื่นตูม คนเสื้อแดงควรจะตั้งสติ ร่วมกันคิด เพื่อให้มีความชัดเจนทางการเมืองในประเด็นการเลือกตั้งที่อาจจะเกิดขึ้นในปีนี้

แน่นอน… การเลือกตั้งภายใต้กติกาอำมาตย์จะไม่แก้ไขปัญหาวิกฤตการเมืองไทย ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะหรือไม่ เพราะการเลือกตั้งในระบบทุนนิยมไม่ได้นำไปสู่การ “ได้อำนาจรัฐ” โดยพรรคการเมืองที่ครองเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภา อำนาจรัฐที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งดำรงอยู่ควบคู่กันไปเสมอ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจศาล สื่อ กองทัพ หรืออำนาจนายทุน อันนี้เป็นความจริงในประชาธิปไตยของยุโรปตะวันตก แต่ในไทยมันยิ่งร้ายแรง เนื่องจากอำมาตย์ไทยทำรัฐประหารด้วยกองทัพ และศาล ก่ออาชญากรรมด้วยการฆ่าประชาชนมือเปล่า สามารถเซ็นเซอร์สื่อและทำลายสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกด้วยกฏหมายเผด็จการ รวมถึงกฏหมายหมิ่นฯ โดยที่การกระทำทั้งหมดดังกล่าวนี้ไม่ถือว่า “มีความผิด”

ถ้าเราจะสร้างประชาธิปไตยแท้ในสังคมที่มีความเท่าเทียมทางการเมืองและเศรษฐกิจ เราต้องปฏิวัติโค่นอำมาตย์ด้วยพลังมวลชน และการนัดหยุดงาน อย่างที่กำลังเกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศของตะวันออกกลาง และเราต้องเข้าใจว่าอำมาตย์ไม่ใช่คนคนเดียว และศัตรูหลักของประชาธิปไตยไทยคือกองทัพที่คอยใช้ลัทธิชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในการสร้างความชอบธรรมกับตนเอง

อย่างไรก็ตาม คนเสื้อแดงไม่ควรหลงคิดว่าเราหันหลังให้กับการเลือกตั้งในรัฐสภาได้ เพราะบทบาทสำคัญของการเลือกตั้งภายใต้อำมาตย์คือการสร้างความชอบธรรมกับตนเองทางการเมือง การที่พันธมิตรฯกับศาลร่วมกันโค่นรัฐบาลพรรคพลังประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วทหารบงการให้อภิสิทธิ์ ผู้ไม่เคยชนะการเลือกตั้ง ขึ้นมาเป็นนายก “พลเรือน” เป็นความพยายามที่จะสร้างหน้ากากบังหน้าเผด็จการ แต่ถ้าเขาสามารถบงการให้ชนะการเลือกตั้งปีนี้ เขาจะออกมาโอ้อวดประกาศความชอบธรรมมากขึ้นหลายร้อยเท่า ดังนั้นคนเสื้อแดงต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เขาทำอย่างนี้ได้

เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ผมได้เคยเตือนว่าถ้ามีการเลือกตั้งปีนี้ อำมาตย์จะโกงด้วยวิธีการหลากหลายเล็กๆ น้อยๆ เพื่อไม่ให้พรรคเพื่อไทยได้คะแนนเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภา ผมเคยเสนอว่าเท่าที่ผ่านมาอำมาตย์ใช้วิธีดังนี้คือ

  • การถอนสิทธิ์นักการเมืองพรรคไทยรักไทย
  • การทำลายพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชนด้วยศาลในระบบที่ไม่มีมาตรฐานยุติธรรม
  • การเอาคนของอำมาตย์ไปไว้ใน กกต. กรรมการสิทธิ์ และการที่ศาลเข้าข้างอำมาตย์ – ตรงนี้มีประโยชน์เพื่อแจกใบเหลืองใบแดงในอนาคตเพื่อลดเสียงพรรคเพื่อไทยในสภา
  • การกดดันและซื้อตัว เนวิน ชิดชอบ
  • การคุมสื่อกระแสหลักทั้งหมดโดยอำมาตย์ และการเซ็นเซอร์สื่อเสื้อแดงและสื่อทางเลือก
  • การฆ่าคนเสื้อแดงที่ผ่านฟ้าและราชประสงค์เพื่อหวังทำลายความมั่นใจของคนเสื้อแดง
  • การที่แกนนำเด่นๆ ของเสื้อแดงติดคุก และหาเสียงไม่ได้หรือด้วยความยากลำบาก
  • การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มสส.สัดส่วน ซึ่งเป็นประโยชน์ให้พรรคใหญ่ สำหรับพรรคประชาธิปัตย์เป็นการลดอำนาจต่อรองจากพรรคงูเห่าเล็กๆ ที่ประชาธิปัตย์จะต้องพึ่งเพื่อให้มีเสียงส่วนใหญ่ แต่ตรงนี้อาจให้ประโยชน์กับพรรคเพื่อไทยบ้าง
  • การที่นักการเมืองเลวๆ อย่าง เฉลิม อยู่บำรุง พร้อมจะออกจากเพื่อไทย เหมือนเนวิน ชิดชอบ

และล่าสุดมีข้อเสนอจากพรรคประชาธิปัตย์อีกให้

  • พรรคที่ได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อมากที่สุดมีสิทธิ์ในการพยายามตั้งรัฐบาลก่อนพรรคอื่น ไม่ว่าจะมี ส.ส. ทั้งหมดในจำนวนเท่าไร ซึ่งประชาธิปัตย์มองว่าจะให้เปรียบกับพรรคของเขา
  • เลิกสิทธิ์ของส.ส.ในรัฐสภาที่จะลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี
  • เปลี่ยนรัฐธรรมนูญเพื่อให้ ส.ส. ไม่สังกัดพรรคสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับ ส.ส. “สลิ่ม”ที่โกหกว่า “ไม่เข้าข้างใคร” และ “อิสระ” เพื่อให้เขาปลอมตัวเข้ามาในรัฐสภา

นอกจากนี้สิ่งที่พวกเราชาวเสื้อแดงไม่ควรมองข้ามคือ ความอ่อนแอทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคนี้นอกจากจะขาดนักการเมืองที่มีฝีมือแล้ว ที่สำคัญกว่าคือขาดนโยบายที่จะครองใจประชาชน พอใจที่จะแค่กินบุญเก่าของไทยรักไทย และไม่มีความพยายามแต่อย่างใดที่จะ  “คิดใหม่ทำใหม่” เหมือนที่ไทยรักไทยเคยทำ บางคนบอกว่า “พรรคเพื่อไทยต้องเก็บนโยบายไว้เป็นความลับก่อน เพราะประชาธิปัตย์จะลอกแบบ” คำพูดแบบนี้ฟังไม่ขึ้น เพราะการครองใจประชาชนต้องทำล่วงหน้าก่อนการเลือกตั้งหลายเดือน และถ้านโยบายก้าวหน้าพอ ประชาธิปัตย์จะไม่สามารถลอกได้ เช่นนโยบายให้ปฏิรูปกองทัพมือเปื้อนเลือด นโยบายให้ปฏิรูประบบยุติธรรมที่ขาดมาตรฐาน นโยบายที่จะต้านการคลั่งชาติและสร้างสันติภาพในภาคใต้และที่ชายแดนเขมร และนโยบายที่จะพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนด้วยการวางรากฐานและสร้างรัฐสวัสดิการอย่างถ้วนหน้าด้วยการเก็บภาษีจากคนรวยเป็นต้น ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ยอมตื่น เขาจะมีส่วนในการสร้างเงื่อนไขให้แพ้การเลือกตั้งเอง

พวกเราเข้าใจดีว่าขบวนการเสื้อแดงเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ดังนั้นถ้าพรรคเพื่อไทยไม่มีความสามารถและความประสงค์ที่จะสู้เท่าที่ควร มวลชนคนเสื้อแดงจะต้องรับภาระนี้แทน ในประการแรกเราต้องถกเถียงกันและร่วมกันทำความเข้าใจกับปัญหาการเลือกตั้งและการที่อำมาตย์จะพยายามสร้างความชอบธรรมตรงนี้ ต่อมาเราจะต้องร่วมกันเสนอข้อเรียกร้องรูปธรรมที่จะกีดกันไม่ให้อำมาตย์ใช้การเลือกตั้งเพื่อฟอกตัวเอง จริงๆ แล้วเสื้อแดงมีข้อเรียกร้องเป็นรูปธรรมหลายข้ออยู่แล้ว และมีการออกมาเคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องดังกล่าวหลายรอบด้วยมวลชนจำนวนมาก ดังนั้นมันไม่น่าจะยากที่จะสร้างข้อเรียกร้องที่ครบถ้วน ผมขอเสนอตัวอย่างของข้อเรียกร้องที่ผมคิดว่าคนเสื้อแดงควรจะผลักดัน ซึ่งแน่นอนหลายข้อเราผลักดันกันอยู่แล้ว

  1. ต้องปล่อยนักโทษการเมืองเสื้อแดงทุกคน ไม่ใช่แค่แกนนำบางคน และไม่ใช่แค่การประกันตัวเท่านั้น เพราะข้อหาต่างๆ นาๆ ที่อำมาตย์ตั้งกับคนเสื้อแดงเป็นข้อหาทางการเมืองทั้งสิ้น คนของเราไม่ได้ทำความผิด
  2. ต้องปล่อยนักโทษกฏหมายหมิ่นฯ และยกเลิกกฏหมายหมิ่นและกฏหมายคอมพิวเตอร์ที่ใช้ปิดปากประชาชนไทย การมีกฏหมายหมิ่นฯ รวมถึงกฏหมายหมิ่นศาล เป็นอุปสรรคต่อเสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพทางวิชาการ และความสามารถของประชาชนที่จะตรวจสอบองค์กรของรัฐ เพื่อความโปรงใส กฏหมายเหล่านี้ไม่มีในประเทศประชาธิปไตย และเราจะไม่สามารถสร้างประชาธิปไตยแท้ได้ถ้ายังมีกฏหมายนี้อยู่ และเราไม่สามารถร่วมกันกำหนดอนาคตของระบบการปกครองไทยได้อีกด้วย
  3. ต้องสร้างมาตรฐานสิทธิมนุษยชน โดยการนำนักการเมืองและนายพลที่มีส่วนในการฆ่าประชาชนที่ผ่านฟ้าและราชประสงค์มาขึ้นศาล อย่างที่ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศอื่น เคยทำ
  4. ต้องมีกระบวนการที่ชัดเจนในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่ไม่ใช่รัฐธรรมนูญทหาร อาจนำรัฐธรรมนูญปี ๔๐ กลับมาใช้แล้วแก้ให้ดีขึ้น หรืออาจร่างใหม่ แต่คราวนี้ชุมชนคนเสื้อแดงต้องมีส่วนสำคัญในทุกขั้นตอนของกระบวนการ ไม่ใช่ยกให้นักวิชาการหรือเอ็นจีโอที่ชื่นชมเผด็จการร่างแต่ฝ่ายเดียว
  5. ต้องมีการปฏิรูปกองทัพ และระบบศาล แบบถอนรากถอนโคน
  6. ต้องสร้างสันติภาพในภาคใต้และที่ชายแดนเขมรด้วยมาตรการทางการเมืองที่ปฏิเสธการคลั่งชาติ เราควรร่วมพัฒนาเขาพระวิหารกับฝ่ายเขมร และในสามจังหวัดภาคใต้ควรให้ทหารกลับกรมกอง เพื่อปูทางไปสู่สมัชชาประชาชนในพื้นที่ ที่จะกำหนดวิธีการปกครองที่ประชาชนเหล่านั้นต้องการ
  7. ประเทศไทยต้องเริ่มสร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าและครบวงจร ผ่านการเก็บภาษีก้าวหน้าจากคนรวย เพื่อสร้าง “ความเป็นพลเมืองเท่าเทียมกัน” แทน “วัฒนธรรมเจ้ากับไพร่”
  8. ขบวนการทางสังคม เช่นสหภาพแรงงาน และกลุ่มชุมชน ต้องมีสิทธิเสรีภาพในการต่อรองตามมาตรฐานสากล การก่อตั้งสหภาพแรงงานและการนัดหยุดงานจะต้องไม่ถูกปราบปรามโดยรัฐหรือนายจ้าง ต้องมีการเพิ่มค่าจ้างระดับต่ำให้เพียงพอกับการดำรงชีวิตในโลกจริง และแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านต้องมีสิทธิร่วมเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานกับคนงานไทย

ถ้าเราชาวเสื้อแดงยึดมั่นเคลื่อนไหวด้วยพลังมวลชนภายใต้ข้อเรียกร้องแบบนี้ เราจะสามารถผลักดันวาระทางสังคมให้ก้าวหน้าไปสู่การสร้างประชาธิปไตยแท้ได้ ไม่ว่าใครจะชนะการเลือกตั้งอย่างไร และไม่ว่านักการเมืองพรรคเพื่อไทยจะอ่อนแอทางการเมืองแค่ไหน และถ้าเราจะสามารถเคลื่อนไหวภายใต้ข้อเรียกร้องที่ก้าวหน้า และเป็นรูปธรรม เพื่อล้มอำมาตย์ เราจะต้องอาศัยการนำแบบ “แกนนอน” คือนำตนเอง บวกกับการสร้างองค์กรที่รวมศูนย์เพื่อหาจุดร่วม พร้อมๆ กัน

 

Read Full Post »

จุดต่ำสุดของพวกที่เน้นแต่นิยายเรื่องอำนาจภูมิพล

ใจ อึ๊งภากรณ์

 

พวก นปช.ยูเอสเอ อ.ชูพงษ์ และอ.สุรชัย ใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปี เพื่อทำให้คนเสื้อแดง “ตามัวหมอง” มองไม่เห็นความซับซ้อนของอำนาจอำมาตย์ ด่าแต่ภูมิพลแต่ปกป้องทหารมือเปื้อนเลือด เพราะพวกนี้ต้องการสร้างความแตกแยกและความสับสนในขบวนการเสื้อแดง ปัจจุบันเขาต้องการทำลายความมั่นใจของคนเสื้อแดงในการต่อสู้แนวมวลชน และต้องการป้ายร้าย นปช. แดงทั้งแผ่นดิน แต่การเคลื่อนไหวของมวลชนเสื้อแดงเป็นแสนๆ ล้านๆ คือแนวทางเดียวที่จะนำไปสู่การปลดแอกตนเองของประชาชน โดยเฉพาะถ้ามีการขยายการเคลื่อนไหวไปสู่ขบวนการแรงงานเพื่อการนัดหยุดงาน และการจัดตั้งทางการเมืองที่เข้มแข็งขึ้นเพื่อกดดันพรรคเพื่อไทย หรือเพื่อสร้างพรรคใหม่ที่ครองใจประชาชนได้  นี่คือสาเหตุที่ผมต้องวิจารณ์อ.สุรชัย และ อ.ชูพงษ์ อย่างตรงไปตรงมา

ผลรูปธรรมของการทำงานของ อ.สุรชัย ในไทย คือการทำให้คนตัดสินใจที่จะไม่ออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนนกับ นปช. แดงทั้งแผ่นดินอีก เพราะอ.สุรชัยเสนอในคลิปวิทยุเมื่อต้นปีนี้ว่า “มวลชนสู้ไม่ได้ ไม่มีประโยชน์ที่จะเคลื่อนไหว”  และแทนที่จะเคลื่อนไหวก็แค่จัดเวทีด่าเจ้าให้คนพึงพอใจในการฟังแล้วกลับบ้าน คนที่เชื่อมั่นในแนว อ.สุชัยต้องปิดหูปิดตาถึงการปฏิวัติอียิปต์และที่อื่น และไม่สนใจประเด็นการเมืองทั่วไปเช่นสงครามป่าเถื่อนกับเขมร และคงต้องนั่งรอที่บ้าน “ให้คนอื่นล้มอำมาตย์ให้” ซึ่งถ้าคนเสื้อแดงทั้งหมดทำแบบนั้น เราจะเป็นทาสตลอดกาล

ในความจริง คนเสื้อแดงตาสว่าง เลิกชื่นชมนายภูมิพลและครอบครัวเพี้ยนของเขา เพราะนายภูมิพลปล่อยให้ทหารทำรัฐประหาร และปล่อยให้รัฐบาลอภิสิทธิ์กับนายพลชาติชั่วฆ่าคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์และผ่านฟ้า และภรรยาภูมิพลไปงานศพพันธมิตรฯ คนเสื้อแดงจึง “ตาสว่าง” เอง ไม่ต้องมีอาจารย์หมวกดาวแดงที่ไหนสอน แต่คนที่ดูถูกความสามารถของมวลชนที่จะปลดแอกตนเองอย่าง อ.ชูพงษ์และ อ.สุรชัย ย่อมมองว่ามวลชนคิดเองไม่เป็นด้วย

ใครที่ศึกษาประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์และฝ่ายซ้ายไทย ทราบดีว่ากลุ่มอาจารย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร แยกตัวออกจาก พคท. เพื่อหักหลังการต่อสู้ของประชาชนและจับมือกับทหารเผด็จการ อ.ชูพงษ์เป็นสายตรงของ อ.ประเสริฐ และตอนนี้ดูเหมือนว่า อ.สุรชัยใช้แนวเดียวกัน คือพยายามอ้างว่าตัวเองเป็น “นักปฏิวัติแท้” ป้ายสีแกนนำ นปช. แต่ไม่มีข้อเสนอรูปธรรมในการโค่นอำมาตย์ ไม่โจมตีทหาร ปฏิเสธว่าไทยมีเผด็จการทหารด้วยซ้ำ และสร้างนิยายว่านายภูมิพลสั่งการทุกอย่างเหมือนเป็นเทวดาลึกลับ

ทหารมือเปื้อนเลือดคงหัวเราะพึงพอใจกันอย่างถ้วนหน้า เพราะทหารไทยต้องการให้เราเชื่อว่าภูมิพลเป็นเทวดาผู้ทรงอำนาจสูงสุดมานาน เนื่องจากทหารต้องการใช้นายภูมิพลเพื่อสร้างความกลัวและความชอบธรรมกับตนเองมาตลอด และนายภูมิพลไม่เคยปฏิเสธที่จะร่วมมือกับทหาร ไม่มีความรับผิดชอบพอ หรือความกล้าหาญพอ หรือความประสงค์พอ ที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง นั่งกอบโกยเงินทองทรัพย์สินจนเป็นผู้นำที่รวยที่สุดในโลก

ตอนนี้จุดต่ำสุดของพวก “พูดเอามัน – ด่าแต่เจ้า” คือการสร้างนิยายป้ายร้ายว่าคนเสื้อแดงที่ยังรักเจ้าอยู่หรือคนเสื้อแดงที่ยังไม่สะดวกที่จะปฏิเสธเจ้าเพราะมันมีกฏหมายหมิ่นฯ “เป็นพวกรับใช้เจ้า”  มีการพูดว่า“ดังนั้นเขาเป็นพวกเดียวกับอำมาตย์” นี่คือข้อกล่าวหาทุเรศที่สุดที่พวกนี้ใช้กับ นปช. แดงทั้งแผ่นดิน หรือ อ.ธิดา ในรูปธรรมมันเป็นความพยายามที่จะสร้างความแตกแยกและทำลายขบวนการเสื้อแดงซึ่งพวก “นักปฏิวัติฟันน้ำนม” พวกนี้ไม่เคยมีบทบาทในการสร้างแต่แรก

ในความเห็นส่วนตัวของผม ทหารชาติชั่ว ข้าราชการชั้นสูง นายทุนหัวเหลืองรักเจ้า และประชาธิปัตย์ ใช้สถาบันกษัตริย์ในการสร้างความกลัวและความชอบธรรมกับสิ่งที่พวกอำมาตย์เหล่านี้ทำมาตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ และภูมิพลก็ยินดีถูกใช้และร่วมกินผลประโยชน์ด้วย ดังนั้นเราต้องล้มอำมาตย์ ปฏิรูปกองทัพแบบถอนรากถอนโคน และยกเลิกสถาบันกษัตริย์พร้อมๆ กัน ถ้าเราเชื่อ อ.สุรชัย และ อ.ชูพงษ์ เราจะไม่แตะทหารเลย และจะงมงายในนิยายว่าทหารไม่มีอำนาจ

ผมเข้าใจดีว่าคนเสื้อแดงมีความหลากหลายทางความคิด บางคนอาจยังหลงรักเจ้าอยู่ คนจำนวนมากอาจกลัวที่จะวิจารณ์เจ้า แต่คนจำนวนมากกว่า อาจเสื้อแดงส่วนใหญ่ เกลียดเจ้า ตรงนี้เข้าใจได้และเราทำงานร่วมกับเสื้อแดงที่มีความคิดแตกต่างได้ถ้าจุดร่วมของเราคือการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยโดยเน้นการเคลื่อนไหวของมวลชน นักปฏิวัติเสื้อแดงร่วมกับนักปฏิรูปเสื้อแดงได้

อ.ธิดา และ นปช. แดงทั้งแผ่นดินไม่เคยอ้างว่าใช้แนวปฏิวัติ ดังนั้นเราไม่ต้องไปต่อว่าเขาว่าไม่จริงใจในการปฏิวัติ  แกนนำ นปช. หลายคนยากลำบากและติดคุกด้วย เราร่วมมือกับเขาได้ด้วยมิตรภาพ ทั้งๆ ที่นักปฏิวัติอย่างผมมองว่าต้องไปไกลกว่ากรอบระบบเดิม คือต้องล้มโครงสร้างอำมาตย์ทั้งหมด ถ้าให้เลือกระหว่างนักปฏิรูปที่มีมวลชนเป็นล้านอย่าง นปช. แดงทั้งแผ่นดิน กับ “นักปฏิวัติฟันน้ำนม” อย่าง อ.สุรชัยและอ.ชูพงษ์ที่แค่พูดเอามัน ผมขอยืนข้าง นปช. แดงทั้งแผ่นดินตลอด

ในรูปธรรมนักปฏิวัติที่ต้องการสร้างรัฐไทยใหม่ ต้องเรียนบทเรียนจาก อียิปต์ ตูนีเซีย และ ๑๔ ตุลา หรือ พฤษภา ๓๕ คือพลังในการล้มเผด็จการคือพลังมวลชน มวลชนปลดแอกตนเองได้ และถ้ามีการนัดหยุดงานทั่วไปเสริม เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจ ถ้าประชาชนเดินหน้าเข้าไปมุงล้อมและคุยด้วยกับทหารชั้นล่างเราอาจกดดันให้เขาเปลี่ยนข้างและหันปืนใส่นายพลได้ สิ่งเหล่านี้เกิดที่อียิปต์และตูนิเซีย และเราใช้วิธีเดียวกันในการโค่นอำมาตย์ไทยได้

บทเรียนสำคัญจากอียิปต์คือ ถ้าไม่มี “แกนนอน” ริเริ่มและประสานการประท้วงในทุกรูปแบบ การปฏิวัติจะไม่สำเร็จหรืออาจไม่เกิดเลย แต่การนำแบบ “แกนนอน” เริ่มมีจุดอ่อนเมื่อถึงทางแยกสำคัญทางการเมือง ดังนั้นเราต้องมีการจัดตั้งทางการเมืองที่รวมศูนย์ด้วย เพื่อการนำและการวิเคราะห์ที่ชัดเจน ภาระของเราคือการสร้างขบวนการที่มีทั้งรูปแบบแกนนอนและการรวมศูนย์พร้อมกัน

คนที่ต้องการสร้างความแตกแยกระหว่างคนเสื้อแดงใจบริสุทธิ์ด้วยนิยายปิดหูปิดตาที่อ้างว่าทำให้คน “ตาสว่าง” ซึ่งเป็นนิยายที่ทหารเองใช้ในการสร้างความกลัวให้กับประชาชน คนเหล่านี้เป็นศัตรูของประชาชน ฟังอ.สุรชัยและอ.ชูพงษ์ให้ดี ฟังข้อเสนอของเขาให้ดีด้วย จะพบว่าไม่มีอะไรนอกจากการด่ากษัตริย์ ด่าแกนนำเสื้อแดง และตั้งความหวังว่ากษัตริย์และคนข้างบนจะยกประชาธิปไตยให้ประชาชน ถ้าเรื่องนี้ไม่เป็นนิยายพิษก็คงเป็นเรื่องตลก

 

Read Full Post »

ถ้าเข้าใจระบบการปกครองก่อนการล่าอาณานิคมของต.ต.จะทราบว่า

คัดจากหนังสือ “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อถกเถียงทางการเมือง”

โดย ใจ อึ๊งภากรณ์ (ซื้อได้ในประเทศไทย)

“ตัวอย่างอื่นๆ ของการบิดเบือนประวัติศาสตร์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง มาจากชนชั้นปกครองและนักวิชาการของเขา ทุกครั้งที่มีการสร้างชาติก็ต้องมีการสร้างนิยายประวัติศาสตร์ของชาติย้อนหลัง ที่อ้างว่าผู้คนในประเทศต่างๆ มีสำนึกรักชาติมาแต่ไหนแต่ไร บางครั้งมีการสร้างนิยายความคิดเกี่ยวกับความบริสุทธิ์ของเชื้อชาติในอดีต ซึ่งสอดคล้องกับข้ออ้างปัจจุบันว่าคนที่เชื้อชาติต่างกันในสังคมมักขัดแย้งกันทางผลประโยชน์เสมอ หรืออาจมีการเสนอภาพว่าการปกครองในอดีต รวมศูนย์เหมือนปัจจุบันเป็นต้น แต่ทั้งหมดเป็นการโกหกทางประวัติศาสตร์…..

….เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อนทุนนิยมไม่มีรัฐชาติ ไม่มีพรมแดนของรัฐชาติ ไม่มีแผนที่ของประเทศต่างๆ ไม่มีพระเจ้าแผ่นดินที่ปกครองประเทศแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และไม่มี “เมืองหลวง” ดังนั้น ”ไทย” ไม่เคยรบ “พม่า” มีแต่สงครามระหว่าง  อังวะ (Ava) หรือ หงสาวดี (Pegu) กับอยุธยา และสุโขทัยไม่เคยเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย แทนที่จะมีประเทศลาว ไทย เขมร และเวียดนาม มีแต่อาณาจักร จัมปา  อันนาม  ขอม ล้านช้าง  ฯลฯ

ระบบการปกครองในยุคก่อนทุนนิยมไม่เคยรวมศูนย์ในลักษณะรัฐชาติปัจจุบันเพราะผู้ครองเมืองที่เรารู้จักว่าเป็น “พระเจ้าแผ่นดิน” มีอำนาจจำกัด อำนาจทางการเมืองขึ้นอยู่กับอำนาจทางทหาร ซึ่งผูกพันกับความสำเร็จทางเศรษฐกิจและการค้า เมืองที่มีอำนาจจะแผ่อิทธิพลออกไปรอบๆ แต่อิทธิพลดังกล่าวจะลดลงตามสัดส่วนของความห่างไกลจากเมืองและความสามารถที่จะส่งกองกำลังไปบังคับใคร รูปแบบการปกครองในลักษณะวงกลมซ้อนๆ ที่แผ่ออกจากเมืองใหญ่นี้เรียกว่า Galactic Polities  หรือ Mandala States

ในระบอบการปกครองแบบนี้ เมืองที่มีขนาดเล็กและมีอำนาจน้อยอาจเป็น “หัวเมือง” แต่เราไม่ควรใช้กรอบคิดแบบรัฐชาติมามองว่าหัวเมืองเป็น “เมืองขึ้น” เพราะหัวเมืองหนึ่งอาจอยู่ภายใต้อำนาจของเมืองใหญ่ที่เป็นคู่แข่งกันหลายเมืองก็ได้ และอาจมีอำนาจเหนือเมืองเล็กๆ เองด้วย ตัวอย่างของ “หัวเมือง” แบบนี้คือเชียงใหม่หรือเวียงจันทน์ การทับซ้อนของอำนาจแบบนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่เราไม่สามารถวาดแผนที่ของรัฐต่างๆ ในยุคนั้นได้ อีกสาเหตุหนึ่งคือความไม่คงที่ถาวรของอำนาจเมืองต่างๆ

ผู้ปกครองเมืองในระบบ Galactic Polities / Mandala States นี้มีอำนาจภายในเมืองตนเองจำกัด ซึ่งนำไปสู่การกระจายและแบ่งอำนาจให้ผู้อื่นเพราะไม่มีกองทัพถาวรหรือข้าราชการประจำที่จะใช้ในการปกครองและการเกณฑ์แรงงาน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตมูลค่าทั้งปวง หรือแหล่งสำคัญที่จะสร้างกองทัพ อยู่ในมือของเจ้าขุนมูลนาย”

 

Read Full Post »

อนาคตการต่อสู้ของคนเสื้อแดง(ภาค๒) “บทบาทนายภูมิพล”

Read Full Post »

รายการวิทยุคนไทยยูเค ใจ อึ๊งภากรณ์ “การปฏิวัติอียิปต์ บทเรียนสำหรับไทย”

http://www.4shared.com/audio/cPLsVHNu/DJ_CheekyProJi_03-02-2011.html

หรือ

http://www.mediafire.com/?r3xzph6youyh3no

 

Read Full Post »

นับถอยหลังถึงวันเลือกตั้ง

ใจ อึ๊งภากรณ์

อภิสิทธิ์ประกาศว่าจะเลือกตั้งเร็วๆ นี้ เราจะเชื่อได้หรือไม่ได้ก็อีกเรื่องเพราะนายกตัวนี้โกหกเป็นสันดาน อย่างไรก็ตามเราทราบว่า “ตามกติกา” ที่มันอ้าง มันต้องยุบสภาปีนี้ มันอาจเลือกปัดกติกาทิ้งด้วยข้ออ้าง “ความไม่สงบ” ก็ได้ ทหารอาจทำรัฐประหารก็ได้ แต่เราควรเข้าใจว่าการทำรัฐประหารหรือการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป จะมีผลเสียอย่างมากกับอำมาตย์เพราะจะทำให้ขาดความชอบธรรมเพิ่มขึ้นในสายตาคนไทยและสายตาคนต่างประเทศ นอกจากนี้การทำรัฐประหารจะเป็นการหมุนนาฬิกากลับไปสู่ ๑๙ กันยา ๒๕๔๙ ในขณะที่ไม่มีข้ออ้างที่น่าเชื่อถือเหลืออยู่เลย และรอบที่แล้วทหารก็แสดงตนว่าบริหารบ้านเมืองไม่เป็นอีกด้วย ดังนั้นสิ่งที่อำมาตย์อยากทำมากที่สุดคือการชนะการเลือกตั้ง แต่ถ้าพรรคหลักของอำมาตย์ (ประชาธิปัตย์) จะชนะการเลือกตั้ง มันคงต้องโกง

ขั้นตอนการค่อยๆ โกงหารเลือกตั้งเริ่มนานแล้ว และกำลังเดินหน้าทุกวันนี้ด้วยคือ

  • การถอนสิทธิ์นักการเมืองไทยรักไทย
  • การทำลายพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน
  • การเอาคนของอำมาตย์ไปไว้ใน กกต. กรรมการสิทธิ์ และการที่ศาลเข้าข้างอำมาตย์ – ตรงนี้มีประโยชน์เพื่อแจกใบเหลืองใบแดงในอนาคตเพื่อลดเสียงพรรคเพื่อไทยในสภา
  • การกดดันและซื้อตัว เนวิน ชิดชอบ
  • การคุมสื่อกระแสหลักทั้งหมดโดยอำมาตย์
  • การฆ่าคนเสื้อแดงที่ผ่านฟ้าและราชประสงค์เพื่อหวังทำลายความมั่นใจ
  • การที่แกนนำเด่นๆ ของเสื้อแดงติดคุก หาเสียงไม่ได้หรือด้วยความยากลำบาก
  • การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มสส.สัดส่วน ซึ่งเป็นประโยชน์ให้ประชาธิปัตย์ในการลดอำนาจต่อรองจากพรรคงูเห่าเล็กๆ แต่ตรงนี้อาจให้ประโยชน์กับเพื่อไทยบ้าง
  • การที่นักการเมืองเลวๆ อย่าง เฉลิม อยู่บำรุง พร้อมจะออกจากเพื่อไทย

นอกจากนี้พรรคเพื่อไทยเอง ซึ่งมีนักการเมืองหลายคนที่ไม่เคยออกมาทำอะไรกับขบวนการเสื้อแดง ไม่ยอมช่วยตัวเอง ไม่ยอม “คิดใหม่ทำใหม่” ด้วยนโยบายที่ครองใจประชาชน เช่นเสนอรัฐสวัสดิการอย่างถ้วนหน้า ครบวงจร ผ่านการเก็บภาษีจากคนรวย หรือเสนอให้ปฏิรูประบบยุติธรรม ฯลฯ มัวแต่อาศัยบุญเก่าจากไทยรักไทย จนเปิดโอกาสให้พรรคอำมาตย์ชนะได้

และถ้าพรรคอำมาตย์ชนะการเลือกตั้ง มันจะใช้อาวุธนี้เพื่อประโคมความชอบธรรมของมันและค่มขู่คนเสื้อแดงให้หมดกำลังใจในการต่อสู้ ดังนั้นคนเสื้อแดงต้องเตรียมตัว ต้องไม่ตั้งความหวังทั้งหมดกับการเลือกตั้ง ต้องทำทุกอย่างเพื่อสกัดชัยชนะของประชาธิปัตย์ และต้องเตรียมรับมือถ้ามันชนะ เราต้องมีข้อเรียกร้องที่ชัดเจนซึ่งจะใช้ได้อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเกิดอะไรในรัฐสภา เช่น

  1. ต้องมีการลงโทษ อภิสิทธิ์ สุเทพ อนุพงษ์ ประยุทธิ์ ในฐานะที่เขาฆ่าประชาชน
  2. ต้องมีการปฏิรูปกองทัพและระบบยุติธรรมอย่างถอนรากถอนโคน
  3. ต้องเลิกการเซ็นเซอร์สื่อทุกชนิด ต้องเอาทหารออกจากสื่อมวลชน ต้องยกเลิกกฏหมายหมิ่นกษัตริย์
  4. ต้องมีการนำรัฐธรรมนูญปี ๔๐ กลับมาใช้ก่อนที่จะแก้รัฐธรรมนูญต่อไปให้ดีขึ้น
  5. ต้องลงโทษพันธมิตรฯ ที่ยึดสนามบิน และนายพลที่ทำรัฐประหาร
  6. ต้องเดินหน้าสร้างรัฐสวัสดิการ

ข้อเรียกร้องแบบนี้เป็นรูปธรรมที่ใช้ในการเคลื่อนไหวมวลชนได้ไม่ว่าประชาธิปัตย์จะชนะการเลือกตั้งหรือไม่ และถ้าเพื่อไทยแพ้การเลือกตั้ง เราต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจนและเป็นจริงในใจเรา เพื่ออธิบายให้คนอื่นฟัง

ในช่วงนับถอยหลังไปสู่การเลือกตั้ง “พันธมิตรฟาสซิสต์เพื่อเผด็จการ” กำลังวิ่งเต้นกระโดดให้คนมองมัน การยุให้เกิดสงครามกับเขมรอย่างบ้าคลั่ง เป็นการพยายามเบี่ยงเบนประเด็นจากปัญหาเรื่องสำคัญเรื่องจริงในสังคม ไปสู่นิยายอันตรายที่อาจทำให้พี่น้องชาวไทยกับเขมรฆ่ากัน แต่มันสะท้อนให้เราเห็นว่าพันธมิตรฯกับพรรคการเมือง “ใหม่” ของมันกำลังหายไปในรูตูดมันเอง ไม่ค่อยมีใครสนใจ อำมาตย์เองมองว่าเคยใช้งาน แต่ตอนนี้รำคาญเหมือนรำคาญยุงกัด ประชาธิปัตย์ใช้วิธีแข่งแนว หันหลัง และแอบตบ เพื่อลดบทบาทของพันธมิตรฯ ลงอีก อำมาตย์บางส่วนอาจเลี้ยงไว้บ้างเผื่อใช้งานอีก แต่ที่สำคัญอำมาตย์มองว่าต้องคุมให้ได้ ไม่ปล่อยให้พันธมิตรฯ มากำหนดวาระทางการเมือง

ทหารไทยระดับนายพลไม่ใช่ว่าจะฉลาด บ่อยครั้งก้าวร้าวหลงตัวเอง อาจมีบางคนที่โง่คิดทำรัฐประหาร ซึ่งจะทำลายความชอบธรรมทางการเมือง เรารับประกันว่าจะไม่เกิดไม่ได้ แต่มันมีอีกกรณีที่เขาอาจทำรัฐประหารด้วยเหตุผล คือกรณีที่นายภูมิพลถึงแก่กรรม ถ้าเป็นอย่างนั้นทหารอาจรีบออกมาทำรัฐประหาร ประกาศภาวะฉุกเฉิน และตั้งรัฐบาลแห่งชาติ(หมา) แต่คนเสื้อแดงจะต้องไม่ร่วม จะต้องคัดค้านการทำลายประชาธิปไตยแบบนี้อย่างที่เราเคยทำ และเราจะต้องไม่ให้พวกเผด็จการนำเรื่องเจ้าๆ มาเป็นข้ออ้างในการปิดประเทศไทย เราทราบดีว่าคนไทยจำนวนมากอยากให้มันจบสักที ไม่อยากให้มีรัชกาลที่สิบ เราต้องพยายามให้เป็นจริงเพื่อให้ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

 

Read Full Post »

ประชาชนอียิปต์ลุกฮือประท้วงทรราชมูบารัก สวมวิญญาณตูนีเซีย อีกหน่อยเราต้องฉีกรูปภาพทราชตามถนนที่กรุงเทพฯบ้าง

Read Full Post »

เสื้อแดงชุมนุมที่กรุงเทพฯ ถือขนมปัง เหมือนพี่น้องตูนีเซีย

Read Full Post »

หนังสือต้องห้ามล่าสุดของผม

 

Read Full Post »

เสื้อแดงราวแสนชุมนุมใหญ่ที่ราชประสงค์อีกครั้ง 9 มกราคม

ภาพโดยคำเกิ่ง แห่งทุ่งหมาหลง

Read Full Post »

Older Posts »

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.