Feeds:
Posts
Comments

Posts Tagged ‘เสื้อแดง’

อนาคตแนวสู้ของเสื้อแดงกับปัญหารูปธรรมของการเลือกตั้งปลอม

ใจ อึ๊งภากรณ์

 

ในขณะที่ฝ่ายอำมาตย์และสมุนพันธมิตรฯกำลังพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนด้วยการก่อสถานการณ์สงครามทุเรศที่ชายแดนเขมร และการปล่อยข่าวลือเรื่องรัฐประหารให้เราเป็นกระต่ายตื่นตูม คนเสื้อแดงควรจะตั้งสติ ร่วมกันคิด เพื่อให้มีความชัดเจนทางการเมืองในประเด็นการเลือกตั้งที่อาจจะเกิดขึ้นในปีนี้

แน่นอน… การเลือกตั้งภายใต้กติกาอำมาตย์จะไม่แก้ไขปัญหาวิกฤตการเมืองไทย ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะหรือไม่ เพราะการเลือกตั้งในระบบทุนนิยมไม่ได้นำไปสู่การ “ได้อำนาจรัฐ” โดยพรรคการเมืองที่ครองเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภา อำนาจรัฐที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งดำรงอยู่ควบคู่กันไปเสมอ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจศาล สื่อ กองทัพ หรืออำนาจนายทุน อันนี้เป็นความจริงในประชาธิปไตยของยุโรปตะวันตก แต่ในไทยมันยิ่งร้ายแรง เนื่องจากอำมาตย์ไทยทำรัฐประหารด้วยกองทัพ และศาล ก่ออาชญากรรมด้วยการฆ่าประชาชนมือเปล่า สามารถเซ็นเซอร์สื่อและทำลายสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกด้วยกฏหมายเผด็จการ รวมถึงกฏหมายหมิ่นฯ โดยที่การกระทำทั้งหมดดังกล่าวนี้ไม่ถือว่า “มีความผิด”

ถ้าเราจะสร้างประชาธิปไตยแท้ในสังคมที่มีความเท่าเทียมทางการเมืองและเศรษฐกิจ เราต้องปฏิวัติโค่นอำมาตย์ด้วยพลังมวลชน และการนัดหยุดงาน อย่างที่กำลังเกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศของตะวันออกกลาง และเราต้องเข้าใจว่าอำมาตย์ไม่ใช่คนคนเดียว และศัตรูหลักของประชาธิปไตยไทยคือกองทัพที่คอยใช้ลัทธิชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในการสร้างความชอบธรรมกับตนเอง

อย่างไรก็ตาม คนเสื้อแดงไม่ควรหลงคิดว่าเราหันหลังให้กับการเลือกตั้งในรัฐสภาได้ เพราะบทบาทสำคัญของการเลือกตั้งภายใต้อำมาตย์คือการสร้างความชอบธรรมกับตนเองทางการเมือง การที่พันธมิตรฯกับศาลร่วมกันโค่นรัฐบาลพรรคพลังประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วทหารบงการให้อภิสิทธิ์ ผู้ไม่เคยชนะการเลือกตั้ง ขึ้นมาเป็นนายก “พลเรือน” เป็นความพยายามที่จะสร้างหน้ากากบังหน้าเผด็จการ แต่ถ้าเขาสามารถบงการให้ชนะการเลือกตั้งปีนี้ เขาจะออกมาโอ้อวดประกาศความชอบธรรมมากขึ้นหลายร้อยเท่า ดังนั้นคนเสื้อแดงต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เขาทำอย่างนี้ได้

เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ผมได้เคยเตือนว่าถ้ามีการเลือกตั้งปีนี้ อำมาตย์จะโกงด้วยวิธีการหลากหลายเล็กๆ น้อยๆ เพื่อไม่ให้พรรคเพื่อไทยได้คะแนนเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภา ผมเคยเสนอว่าเท่าที่ผ่านมาอำมาตย์ใช้วิธีดังนี้คือ

  • การถอนสิทธิ์นักการเมืองพรรคไทยรักไทย
  • การทำลายพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชนด้วยศาลในระบบที่ไม่มีมาตรฐานยุติธรรม
  • การเอาคนของอำมาตย์ไปไว้ใน กกต. กรรมการสิทธิ์ และการที่ศาลเข้าข้างอำมาตย์ – ตรงนี้มีประโยชน์เพื่อแจกใบเหลืองใบแดงในอนาคตเพื่อลดเสียงพรรคเพื่อไทยในสภา
  • การกดดันและซื้อตัว เนวิน ชิดชอบ
  • การคุมสื่อกระแสหลักทั้งหมดโดยอำมาตย์ และการเซ็นเซอร์สื่อเสื้อแดงและสื่อทางเลือก
  • การฆ่าคนเสื้อแดงที่ผ่านฟ้าและราชประสงค์เพื่อหวังทำลายความมั่นใจของคนเสื้อแดง
  • การที่แกนนำเด่นๆ ของเสื้อแดงติดคุก และหาเสียงไม่ได้หรือด้วยความยากลำบาก
  • การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มสส.สัดส่วน ซึ่งเป็นประโยชน์ให้พรรคใหญ่ สำหรับพรรคประชาธิปัตย์เป็นการลดอำนาจต่อรองจากพรรคงูเห่าเล็กๆ ที่ประชาธิปัตย์จะต้องพึ่งเพื่อให้มีเสียงส่วนใหญ่ แต่ตรงนี้อาจให้ประโยชน์กับพรรคเพื่อไทยบ้าง
  • การที่นักการเมืองเลวๆ อย่าง เฉลิม อยู่บำรุง พร้อมจะออกจากเพื่อไทย เหมือนเนวิน ชิดชอบ

และล่าสุดมีข้อเสนอจากพรรคประชาธิปัตย์อีกให้

  • พรรคที่ได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อมากที่สุดมีสิทธิ์ในการพยายามตั้งรัฐบาลก่อนพรรคอื่น ไม่ว่าจะมี ส.ส. ทั้งหมดในจำนวนเท่าไร ซึ่งประชาธิปัตย์มองว่าจะให้เปรียบกับพรรคของเขา
  • เลิกสิทธิ์ของส.ส.ในรัฐสภาที่จะลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี
  • เปลี่ยนรัฐธรรมนูญเพื่อให้ ส.ส. ไม่สังกัดพรรคสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับ ส.ส. “สลิ่ม”ที่โกหกว่า “ไม่เข้าข้างใคร” และ “อิสระ” เพื่อให้เขาปลอมตัวเข้ามาในรัฐสภา

นอกจากนี้สิ่งที่พวกเราชาวเสื้อแดงไม่ควรมองข้ามคือ ความอ่อนแอทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคนี้นอกจากจะขาดนักการเมืองที่มีฝีมือแล้ว ที่สำคัญกว่าคือขาดนโยบายที่จะครองใจประชาชน พอใจที่จะแค่กินบุญเก่าของไทยรักไทย และไม่มีความพยายามแต่อย่างใดที่จะ  “คิดใหม่ทำใหม่” เหมือนที่ไทยรักไทยเคยทำ บางคนบอกว่า “พรรคเพื่อไทยต้องเก็บนโยบายไว้เป็นความลับก่อน เพราะประชาธิปัตย์จะลอกแบบ” คำพูดแบบนี้ฟังไม่ขึ้น เพราะการครองใจประชาชนต้องทำล่วงหน้าก่อนการเลือกตั้งหลายเดือน และถ้านโยบายก้าวหน้าพอ ประชาธิปัตย์จะไม่สามารถลอกได้ เช่นนโยบายให้ปฏิรูปกองทัพมือเปื้อนเลือด นโยบายให้ปฏิรูประบบยุติธรรมที่ขาดมาตรฐาน นโยบายที่จะต้านการคลั่งชาติและสร้างสันติภาพในภาคใต้และที่ชายแดนเขมร และนโยบายที่จะพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนด้วยการวางรากฐานและสร้างรัฐสวัสดิการอย่างถ้วนหน้าด้วยการเก็บภาษีจากคนรวยเป็นต้น ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ยอมตื่น เขาจะมีส่วนในการสร้างเงื่อนไขให้แพ้การเลือกตั้งเอง

พวกเราเข้าใจดีว่าขบวนการเสื้อแดงเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ดังนั้นถ้าพรรคเพื่อไทยไม่มีความสามารถและความประสงค์ที่จะสู้เท่าที่ควร มวลชนคนเสื้อแดงจะต้องรับภาระนี้แทน ในประการแรกเราต้องถกเถียงกันและร่วมกันทำความเข้าใจกับปัญหาการเลือกตั้งและการที่อำมาตย์จะพยายามสร้างความชอบธรรมตรงนี้ ต่อมาเราจะต้องร่วมกันเสนอข้อเรียกร้องรูปธรรมที่จะกีดกันไม่ให้อำมาตย์ใช้การเลือกตั้งเพื่อฟอกตัวเอง จริงๆ แล้วเสื้อแดงมีข้อเรียกร้องเป็นรูปธรรมหลายข้ออยู่แล้ว และมีการออกมาเคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องดังกล่าวหลายรอบด้วยมวลชนจำนวนมาก ดังนั้นมันไม่น่าจะยากที่จะสร้างข้อเรียกร้องที่ครบถ้วน ผมขอเสนอตัวอย่างของข้อเรียกร้องที่ผมคิดว่าคนเสื้อแดงควรจะผลักดัน ซึ่งแน่นอนหลายข้อเราผลักดันกันอยู่แล้ว

  1. ต้องปล่อยนักโทษการเมืองเสื้อแดงทุกคน ไม่ใช่แค่แกนนำบางคน และไม่ใช่แค่การประกันตัวเท่านั้น เพราะข้อหาต่างๆ นาๆ ที่อำมาตย์ตั้งกับคนเสื้อแดงเป็นข้อหาทางการเมืองทั้งสิ้น คนของเราไม่ได้ทำความผิด
  2. ต้องปล่อยนักโทษกฏหมายหมิ่นฯ และยกเลิกกฏหมายหมิ่นและกฏหมายคอมพิวเตอร์ที่ใช้ปิดปากประชาชนไทย การมีกฏหมายหมิ่นฯ รวมถึงกฏหมายหมิ่นศาล เป็นอุปสรรคต่อเสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพทางวิชาการ และความสามารถของประชาชนที่จะตรวจสอบองค์กรของรัฐ เพื่อความโปรงใส กฏหมายเหล่านี้ไม่มีในประเทศประชาธิปไตย และเราจะไม่สามารถสร้างประชาธิปไตยแท้ได้ถ้ายังมีกฏหมายนี้อยู่ และเราไม่สามารถร่วมกันกำหนดอนาคตของระบบการปกครองไทยได้อีกด้วย
  3. ต้องสร้างมาตรฐานสิทธิมนุษยชน โดยการนำนักการเมืองและนายพลที่มีส่วนในการฆ่าประชาชนที่ผ่านฟ้าและราชประสงค์มาขึ้นศาล อย่างที่ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศอื่น เคยทำ
  4. ต้องมีกระบวนการที่ชัดเจนในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่ไม่ใช่รัฐธรรมนูญทหาร อาจนำรัฐธรรมนูญปี ๔๐ กลับมาใช้แล้วแก้ให้ดีขึ้น หรืออาจร่างใหม่ แต่คราวนี้ชุมชนคนเสื้อแดงต้องมีส่วนสำคัญในทุกขั้นตอนของกระบวนการ ไม่ใช่ยกให้นักวิชาการหรือเอ็นจีโอที่ชื่นชมเผด็จการร่างแต่ฝ่ายเดียว
  5. ต้องมีการปฏิรูปกองทัพ และระบบศาล แบบถอนรากถอนโคน
  6. ต้องสร้างสันติภาพในภาคใต้และที่ชายแดนเขมรด้วยมาตรการทางการเมืองที่ปฏิเสธการคลั่งชาติ เราควรร่วมพัฒนาเขาพระวิหารกับฝ่ายเขมร และในสามจังหวัดภาคใต้ควรให้ทหารกลับกรมกอง เพื่อปูทางไปสู่สมัชชาประชาชนในพื้นที่ ที่จะกำหนดวิธีการปกครองที่ประชาชนเหล่านั้นต้องการ
  7. ประเทศไทยต้องเริ่มสร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าและครบวงจร ผ่านการเก็บภาษีก้าวหน้าจากคนรวย เพื่อสร้าง “ความเป็นพลเมืองเท่าเทียมกัน” แทน “วัฒนธรรมเจ้ากับไพร่”
  8. ขบวนการทางสังคม เช่นสหภาพแรงงาน และกลุ่มชุมชน ต้องมีสิทธิเสรีภาพในการต่อรองตามมาตรฐานสากล การก่อตั้งสหภาพแรงงานและการนัดหยุดงานจะต้องไม่ถูกปราบปรามโดยรัฐหรือนายจ้าง ต้องมีการเพิ่มค่าจ้างระดับต่ำให้เพียงพอกับการดำรงชีวิตในโลกจริง และแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านต้องมีสิทธิร่วมเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานกับคนงานไทย

ถ้าเราชาวเสื้อแดงยึดมั่นเคลื่อนไหวด้วยพลังมวลชนภายใต้ข้อเรียกร้องแบบนี้ เราจะสามารถผลักดันวาระทางสังคมให้ก้าวหน้าไปสู่การสร้างประชาธิปไตยแท้ได้ ไม่ว่าใครจะชนะการเลือกตั้งอย่างไร และไม่ว่านักการเมืองพรรคเพื่อไทยจะอ่อนแอทางการเมืองแค่ไหน และถ้าเราจะสามารถเคลื่อนไหวภายใต้ข้อเรียกร้องที่ก้าวหน้า และเป็นรูปธรรม เพื่อล้มอำมาตย์ เราจะต้องอาศัยการนำแบบ “แกนนอน” คือนำตนเอง บวกกับการสร้างองค์กรที่รวมศูนย์เพื่อหาจุดร่วม พร้อมๆ กัน

 

Read Full Post »

รายการวิทยุคนไทยยูเค ใจ อึ๊งภากรณ์ “การปฏิวัติอียิปต์ บทเรียนสำหรับไทย”

http://www.4shared.com/audio/cPLsVHNu/DJ_CheekyProJi_03-02-2011.html

หรือ

http://www.mediafire.com/?r3xzph6youyh3no

 

Read Full Post »

เสื้อแดงชุมนุมที่กรุงเทพฯ ถือขนมปัง เหมือนพี่น้องตูนีเซีย

Read Full Post »

ข้อถกเถียงที่สร้างสรรค์ ในขบวนการเสื้อแดง

ใจ อึ๊งภากรณ์

 

จุดเด่นของเราชาวเสื้อแดงคือ ขบวนการของเราเป็นขบวนการที่มีความหลากหลายทางความคิด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พวกเราทราบดี และเราไม่ควรปฏิเสธ เรามีเสื้อแดงแบบ “นปช.แดงทั้งแผ่นดิน” ซึ่งอาจมีทัศนะต่างกันภายในกลุ่ม เช่นอาจเป็นคนที่ชอบแนวทางของอ.ธิดา หรือชอบแนวทางของคุณจตุพร … มีเสื้อแดงรักทักษิณ มีเสื้อแดงไม่เอาทักษิณ มีเสื้อแดงวันอาทิตย์สีแดง มีเสื้อแดงรักเจ้า มีเสื้อแดงไม่เอาเจ้า มีเสื้อแดงสายอ.สุรชัยที่เรียกตนเองว่า “สยามแดง” และพูดเอามันเพื่อสร้างภาพ มีเสื้อแดงสายอ.เสริฐ-อ.ชูพงษ์-นปช.ยูเอสเอ ที่สร้างความสับสนและช่วยทหารโดยการเน้นด่าเจ้าเรื่องเดียว มีเสื้อแดง ๒๔ มิถุนายน และมีเสื้อแดงสังคมนิยมอย่างผม ฯลฯ นอกจากนี้ในแต่ละพื้นที่มีกลุ่มเสื้อแดงของแต่ละชุมชนด้วย ซึ่งอาจมีมุมมองตามสายการเมืองหลากหลายที่พูดถึงไปแล้ว

เราต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและเพื่อคัดค้านเผด็จการอำมาตย์มาถึงจุดนี้ และเรื่องประชาธิปไตยกับการคัดค้านอำมาตย์เป็นจุดร่วมที่เชื่อมพวกเราไว้เป็นหนึ่งเป็น “เสื้อแดง” และเราก็ควรพยายามรักษาความสามัคคีท่ามกลางการต่อสู้เสมอ แต่บัดนี้เราต้องพูดความจริงด้วย ต้องยอมรับข้อแตกต่างทางแนวคิดที่มีจริง และเปิดใจพร้อมที่จะถกเถียงเกี่ยวกับแนวทางและสายความคิดดังกล่าวอย่างเปิดเผย เพราะมันไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเลย มันเป็นลักษณะแท้และธรรมดาของ “ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม” โดยเฉพาะขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่เรียกร้องประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพ

บางคนอาจไม่สบายใจ และแน่นอนจะมีคนจำนวนหนึ่งที่มองว่า “ยังไม่ถึงเวลาที่เราจะแตกกัน” เขาจะกลัวว่าถ้าเราถกเถียงกันเรื่องแนวการเมืองและทางออก เราจะอ่อนแอแตกแยก และอำมาตย์จะเอาชนะเรา แต่การยอมรับข้อแตกต่างทางแนวคิดที่มีอยู่จริง และการเปิดใจพร้อมที่จะถกเถียงเกี่ยวกับแนวทางและสายความคิดอย่างเปิดเผย ไม่ใช่“การแตกกัน” หรือไม่จำเป็นต้องนำไปสู่ความแตกแยกและอ่อนแอเลย มันอาจตรงกันข้ามคือ มันจะนำไปสู่ความเข้มแข็งที่มาจากความชัดเจนทางความคิดต่างหาก มันจะนำไปสู่การพัฒนาตนเองและนำตนเองของชาวเสื้อแดง และมันจะนำไปสู่การร่วมกันหาแนวทางการต่อสู้ที่มีประสิทธิภาพที่สุดด้วย

การถกเถียงแนวทางระหว่างเสื้อแดงสายต่างๆ เป็นการเพิ่มทางเลือกและความเป็นประชาธิปไตยของขบวนการ เพื่อไม่ให้ใครหรือกลุ่มไหนผูกขาดการนำในลักษณะเผด็จการโดยไม่ถูกตรวจสอบหรือโดยไม่ได้มาจากการลงมติคะแนนเสียง การเสนอแนวทางที่หลากหลายในที่สุดก็จะถูกทดสอบด้วยการเคลื่อนไหวลองผิดลองถูกในโลกจริง และแนวที่ดูเหมือนใช้ได้ก็จะกลายเป็นที่นิยมของคนเสื้อแดง

ถ้าการพัฒนาการถกเถียงนี้จะสำเร็จ ขบวนการเสื้อแดงต้องทำตัวแบบ “ผู้ใหญ่ที่โตแล้ว” เราต้องมั่นใจในวุฒิภาวะของเราที่จะสามารถถกเถียงเรื่องแนวทางการเมืองและแนวทางการเคลื่อนไหวอย่างถึงที่สุด โดยไม่ทำให้เป็นเรื่องเกลียดชังกันแบบส่วนตัวที่ไร้สาระ เราต้องเถียงกันเรื่องหลักการด้วยปัญญา และเราต้องมีวุฒิภาวะพอที่จะมีวินัยในการรักษาความสามัคคีท่ามกลางการต่อสู้ ไม่ว่าเราจะคิดต่างกันแค่ไหน เราเถียงกันในช่วงที่ไม่เคลื่อนไหวหรือในช่วงพักรบ แต่พอออกรบต้องสามัคคีเฉพาะหน้าเสมอ ต้องจับมือกัน เราทำได้

พูดง่ายๆ เราต้องถกเถียงแลกเปลี่ยนกันเพื่อหาความชัดเจนในแนวทาง ไม่ใช่มาโกหกกันว่าทุกคนมองเหมือนกัน และไม่ใช่มาห้ามการถกเถียงแลกเปลี่ยนด้วยคำพูดว่า “คนนั้นคนนี้ ไม่ใช่เสื้อแดงแท้” เพราะการพูดแบบนั้นเป็นการพยายามบังคับใช้เผด็จการทางความคิดในขบวนการเสื้อแดง และเป็นการเซ็นเซอร์การถกเถียงเพื่อบังคับให้ทุกคนยอมรับการชี้นำของแกนนำหยิบมือเดียวโดยไม่มีสิทธิ์แย้งเลย ในขณะเดียวกัน เมื่อเสื้อแดงที่มีความเห็นต่างจากเราเคลื่อนไหวแล้วเผชิญหน้ากับศัตรูที่กำลังไล่ยิงไล่ฆ่า หรือเมื่อเขาถูกจับเข้าคุกหรือถูกปราม เราจะต้องสมานฉันท์ สนับสนุน และร่วมมือกับเขาโดยไม่เอาเงื่อนไขไร้สาระมาเป็นข้ออ้างในการหันหลังกัน เสื้อแดงบางกลุ่มที่โจมตีแกนนำสามเกลอขณะที่ทหารกำลังบุกเข้าไปเพื่อฆ่าเพื่อนคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์ในปี๕๓ อย่างเช่นอ.สุรชัย ต้องถือว่า “เล่นพรรคเล่นพวก” “ไม่มีวุฒิภาวะ” และ “ไม่มีวินัย” พอที่จะสร้างความสามัคคีท่ามกลางความคิดที่หลากหลาย เผลอๆอาจเป็นคนที่หวังหักหลังขบวนการอีกด้วย

สาเหตุที่ผู้เขียนมองว่าเราต้องออกมาถกเถียงแนวทางกันตอนนี้ก็เพราะ

  1. เรามีเวลาเพียงพอแล้วในการประเมินข้อดีข้อเสียของการเคลื่อนไหวที่ราชประสงค์เมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคมปี๕๓ และเรามีประสบการณ์ของการใช้ยุทธวิธี “แกนนอน” ของกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง เราสามารถเสนอว่าการชุมนุมของมวลชนยังเป็นเรื่องชี้ขาดที่สำคัญ แต่เราอาจเถียงกันว่าจะชุมนุมและจัดตั้งอย่างไร และจะเพิ่มพลังต่อรองอย่างไร เช่นการขยายขบวนการเสื้อแดงสู่ขบวนการแรงงานเพื่อการนัดหยุดงานน่าจะเป็นเรื่องสำคัญ
  2. นปช. แดงทั้งแผ่นดิน และพรรคเพื่อไทย กำลังพยายามช่วงชิงอิทธิพลในขบวนการเสื้อแดงจากการนำแบบ “แกนนอน” ที่แต่ละกลุ่มนำตนเอง เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ มันไม่ใช่เรื่อง “ผลประโยชน์ส่วนตัว” เป็นหลัก ไม่ใช่เรื่องผิด มันเป็นเรื่องความเชื่อในแนวทางของเขา และกลุ่มอื่นๆ ทุกกลุ่มทุกสายก็ควรพยายามขยายอิทธิพลเช่นกันผ่านการถกเถียง แข่งขัน เพราะเราแข่งกันท่ามกลางความสามัคคีได้
  3. ในปี ๒๕๕๔ คนเสื้อแดงจะต้องตอบโจทน์ยากๆ หลายเรื่องคือ เราจะมีท่าทีต่อการเลือกตั้งของอำมาตย์อย่างไร? อำมาตย์น่าจะหาทางโกงการเลือกตั้งทีละนิดทีละหน่อย เราไม่ควรตั้งความหวังทั้งหมดกับการเลือกตั้ง แต่ก็ต้องร่วมในการเลือกตั้งด้วย พร้อมกับเคลื่อนไหวภายนอกกรอบรัฐสภา เราจะมีท่าทีอย่างไรต่อพรรคเพื่อไทย? เราจะตั้งเงื่อนไขอะไรในการสนับสนุน? หรือจะยอมให้พรรคเพื่อไทยจูงเรา? เราจะตามทันการปรองดองจอมปลอมของอภิสิทธิ์ได้ไหมและเราจะมีท่าทีอย่างไร? และโจทน์สำคัญอีกอันคือ เสื้อแดงจะพัฒนาการต่อสู้ในปี ๒๕๕๔ เพื่อยกระดับจากปีที่แล้วอย่างไร?

 

ในขณะเดียวกันมันมีสองสิ่งที่เราต้องชัดเจนคือ

  1. “ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม” แบบคนเสื้อแดง ไม่ใช่สิ่งเดียวกับพรรค มันมีความอิสระจากกัน และเสื้อแดงอาจมีมากกว่าหนึ่งพรรคได้ โดยที่พรรคเป็นองค์กรที่รวมคนที่มีสายความคิดเหมือนกันเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อประสิทธิภาพในการเคลื่อนไหวและในการให้การศึกษากับมวลชน รัฐสภาเป็นแค่เวทีหนึ่งเท่านั้น อย่าลืมว่าในประวัติศาสตร์โลก ไม่มีกรณีที่ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมจะมีสภาพ “ถาวร” ได้เลย มันขึ้นลงภายในไม่กี่ปีเสมอ มันแยกและมันสลายได้ สิ่งที่จะให้ความถาวรเพิ่มขึ้นกับการต่อสู้คือพรรคหรือองค์กรจัดตั้งทางการเมือง ดังนั้นชาวเสื้อแดง “สังคมนิยม” จะต้องมีส่วนในการเพิ่มความถาวรในการต่อสู้ และต้องพยายามขยาย “พรรค”ของเราในขบวนการเสื้อแดงโดยการคลุกคลี ร่วมเคลื่อนไหว และถกเถียงแนวทางอย่างเปิดเผยและต่อเนื่อง
  2. แนวทางการเมืองของเสื้อแดงแต่ละกลุ่ม จะมีอิทธิพลต่อวิธีทางในการต่อสู้เสมอ

เวลาอ.ธิดาบอกว่าคนเสื้อแดงยังไม่พัฒนาทางการเมืองเท่ากับแกนนำ หรือพูดว่า “คนที่ไม่เอาพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เราถือว่าไม่ใช่ นปช” และเวลาที่เขาพูดในเชิงดูถูก “ผู้หญิงกลางคืน” ที่เป็นเสื้อแดง (ดูคำสัมภาษณ์ในประชาไท๒๐ธันวา๕๓) เขากำลังแสดงความอนุรักษ์นิยม ความเชื่อมั่นในการต่อสู้ในกรอบ และการนำแบบ “บนลงล่าง” แทนการนำตนเองจากล่างสู่บน แต่จุดยืนเขาไม่ได้เลวไปหมด เขาบอกว่าเขายังขีดเส้นที่อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงไทยอย่างแท้จริง นอกจากนี้จุดยืนว่าต้องรณรงค์ให้ปล่อยนักโทษการเมือง ปฏิเสธการนีรโทษกรรม และเน้นมวลชนแทนการจับอาวุธ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เราควรสนับสนุนโดยไม่มีเงื่อนไข แต่แนวทางการต่อสู้แบบ อ.ธิดา จะนำไปสู่การประนีประนอมกับอำมาตย์ในกรอลเก่า ประชาชนจะไม่เป็นใหญ่ในแผ่นดิน และจะไม่นำไปสู่การปฏิรูปกองทัพ การปฏิรูประบบยุติธรรม หรือการสร้างรัฐสวัสดิการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

ส่วนแนวทางของแกนนำกล้าหาญอย่างจตุพร อาจไม่พร้อมที่จะประนีประนอมเท่า อ.ธิดา ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่เป้าหมายทางการเมืองระยะยาวไม่ชัดเจนพอ แต่อย่างน้อยจตุพรก็สามารถดึงมวลชนมาเคลื่อนไหวเป็นแสนได้ เราต้องเคารพตรงนั้น

ในกรณีพรรคเพื่อไทย เราต้องตั้งคำถามว่าพรรคนี้จะพัฒนานโยบายเพื่อครองใจประชาชนส่วนใหญ่ได้หรือไม่ หรือจะอาศัยบุญเก่าของไทยรักไทย ถ้าหวังอาศัยบุญเก่าจะมีปัญหา เพราะเปิดช่องให้ประชาธิปัตย์ค่อยๆ ทำลายคะแนนเสียงของเพื่อไทยได้ นโยบายสำคัญที่เพื่อไทยควรเสนอ คือเรื่องรัฐสวัสดิการกับการปฏิรูประบบยุติธรรมและกองทัพแบบถอนรากถอนโคน คนไทยจำนวนมากต้องการสิ่งเหล่านี้ และประชาธิปัตย์ให้ไม่ได้แน่นอน

แนวทาง “แกนนอน” ของหนูหริ่ง ก้าวหน้ากว่า อ.ธิดา มาก เพราะเน้นการนำตนเองจากรากหญ้า และพิสูจน์ว่ามีผลจริงในการฟื้นขบวนการ นอกจากนี้แนวนี้มีเสรีภาพเต็มที่ในการแสดงออก ซึ่งส่งเสริมความสร้างสรรค์ ไม่มีการเซ็นเซอร์คนอื่น แต่จุดอ่อนคือ เสรีจนไม่ชัดเจนในแนวทางการเมืองระยะยาว และขาดการรวมศูนย์เท่าที่ควร เมื่อมวลชนวันอาทิตย์สีแดงเผชิญหน้ากับโจทน์ยากๆ อาจตัดสินใจไม่ทัน

เราต้องศึกษาจุดเด่นจุดด้อยของแต่ละแนวทางที่พึ่งกล่าวถึง และทุกครั้งที่เราศึกษา เราต้องเน้นรูปธรรม และโลกจริง

ภาระหน้าที่ของเราในวันข้างหน้า คือการพัฒนาความเข้มแข็งของคนเสื้อแดงซีกที่ก้าวหน้าที่สุด คือซีกที่พร้อมจะนำตนเองอย่างอิสระและเกินเลยกรอบแคบๆของ ทักษิณ ธิดา หรือนักการเมืองส่วนใหญ่ของเพื่อไทย เรากำลังพูดถึงซีกที่อยากเห็นประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ซีกที่อยากปฏิรูปกองทัพและระบบยุติธรรม ปลดนายพลและผู้พิพากษาแย่ๆ และซีกที่อยากสร้างรัฐสวัสดิการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจผ่านการเก็บภาษีก้าวหน้าจากคนรวย เสื้อแดงสังคมนิยม ต้องมีส่วนสำคัญในการรวบรวมเสื้อแดงก้าวหน้าเหล่านี้เป็นพรรค เราต้องสามารถเคลื่อนไหวร่วมกับเสื้อแดงสายอื่นๆ อย่างเป็นมิตร แต่พร้อมที่จะถกเถียงแนวทางและทฤษฏีที่จะใช้ในการวิเคราะห์กับการปฏิบัติเสมอ

 

๑๒ มกราคม ๒๕๕๔

ฟังคลิปเสียง ประเมินสถานการณ์ปี ๒๕๕๓

http://www.mediafire.com/?qc88m73rlfdojkk#1

 

Read Full Post »

เสื้อแดงราวแสนชุมนุมใหญ่ที่ราชประสงค์อีกครั้ง 9 มกราคม

ภาพโดยคำเกิ่ง แห่งทุ่งหมาหลง

Read Full Post »

ก้าวต่อไปของเสื้อแดง

ใจ อึ๊งภากรณ์

 

 

ปัญหาเฉพาะหน้า

 

ปัญหาสำคัญเฉพาะหน้าที่คนเสื้อแดงต้องร่วมกันวิเคราะห์ ร่วมกันคิด ในความเห็นผม มีห้าประเด็น ผมจะขอร่วมแสดงความคิดในเรื่องนี้…… ปัญหาเฉพาะหน้าคือ

(1) ภัยจากการ “ปรองดอง” จอมปลอมของอำมาตย์ ที่จะไม่นำไปสู่การมีประชาธิปไตย ความยุติธรรม และความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจแต่อย่างใด เพราะความหมายแท้ของ “การปรองดอง” ที่อำมาตย์เสนอ คือการยอมแพ้ยอมจำนนของคนเสื้อแดง ดังนั้นชาวเสื้อแดงทุกคนต้องร่วมกันคิดว่า “การปรองดอง” ของเราจะหมายความว่าอะไร เราต้องมีมาตรฐานของข้อเรียกร้องพื้นฐานเฉพาะหน้าของฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อไปเปรียบเทียบกับข้อเสนอของเขา พูดง่ายๆ เราต้องมีเป้าหมายระยะสั้นที่ชัดเจน และเราต้องไม่รอให้ผู้นำเสื้อแดงหรือนักการเมืองพรรคเพื่อไทยเป็นผู้กำหนดมาแต่ฝ่ายเดียว

 

(2) เราต้องไม่ตกหลุมหลงเชื่อว่า “รัฐบาลแห่งชาติ” แบบถาวรจะแก้ปัญหา เพราะ“รัฐบาลแห่งชาติ(หมา)”เป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งแต่อย่างใด ไม่สะท้อนเสียงประชาชน มันเป็นข้อเสนอเพื่อดึงนักการเมืองพรรคเพื่อไทยเข้ามาร่วม โดยไม่มีอะไรอื่นเปลี่ยนแปลง และเพื่อบังคับให้คนเสื้อแดงหยุดเคลื่อนไหวและยอมจำนน

 

(3) เสื้อแดงทุกคน ในทุกชุมชนและกลุ่ม ต้องตั้งคำถามกับตนเองว่า “ถ้านักการเมืองบางคนในพรรคเพื่อไทย หรือแม้แต่คุณทักษิณเอง เลือกที่จะปรองดองแบบยอมแพ้ เรามีการจัดตั้งเพียงพอที่จะเคลื่อนไหวต่อไปอย่างอิสระได้หรือไม่?” ตรงนี้ความสามารถของเราที่จะเคลื่อนไหวอิสระ ขึ้นอยู่กับมุมมองทางการเมืองของเราต่อการปรองดอง การจัดตั้งล่วงหน้าแบบแกนนอน และความมั่นใจว่าเราต้องการอะไร

 

(4) การเลือกตั้งที่มีการโกงแบบแนบเนียน ทุกวันนี้อำมาตย์กำลังวางแผนที่จะชนะการเลือกตั้งในอนาคตให้ได้ “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เราต้องรู้ทัน และหาทางข้ามปัญหานี้ และเราไม่ควรตั้งความหวังสูงเกินไปกับการเลือกตั้งภายใต้กติกาสองมาตรฐานของอำมาตย์

 

(5) ปัญหาการหมดกำลังใจของคนเสื้อแดง ความท้อและการหมดกำลังใจ มาจากการ “มองไม่ออกว่าเราจะชนะอย่างไร” เช่นถ้าเราตั้งความหวังไว้กับการเลือกตั้ง หรือตั้งความหวังว่าต่างประเทศจะช่วยเรา เราจะท้อ ถ้าเราเพ้อฝันว่าเราสามารถสร้างกองกำลังมาสู้กับทหาร ในที่สุดพอเราพูดเอามันจบไปแล้ว เราก็จะท้อ ถ้าเรามองว่าอำนาจอำมาตย์อยู่ในมือ “คนเดียว” (ซึ่งไม่จริง) เราก็จะท้อและกลัวเช่นกัน เราอาจรอการเกิดแก่เจ็บตายตามธรรมชาติ แต่ถ้าเราไม่มีแผนเคลื่อนไหวก็ท้อได้อีก ในความจริง ประชาธิปไตยจะถูกสร้างได้ก็ผ่านการเคลื่อนไหวของเราคนเสื้อแดง ไม่มีใครคนอื่นสร้างให้ได้ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือเราต้องไม่มองข้ามจุดเด่นของเสื้อแดงที่มีอยู่ต่อหน้าต่อตาเราคือ (๑) เสื้อแดงฟื้นตัวและขยายการจัดตั้งแบบแกนนอนหลังการปราบปรามที่ราชประสงค์ ผ่านกิจกรรมแบบ “วันอาทิตย์สีแดง” และ (๒) เสื้อแดงหมดความศรัทธาในลัทธิอำมาตย์และสถาบันต่างๆ ของอำมาตย์ นี่คือสิ่งที่อำมาตย์กลัว และถ้าเราเข้าใจจุดเด่นของเราตรงนี้ เราจะเข้าใจว่าการเคลื่อนไหวของมวลชนยังมีพลัง มันนำไปสู่ชัยชนะในระยะยาวได้ โดยเฉพาะถ้าเราพัฒนาการเคลื่อนไหว เช่นการขยายการจัดตั้งสู่สหภาพแรงงานให้นัดหยุดงาน และขยายสู่ระดับล่างของกองทัพ

 

คนที่ท้อตอนนี้ คือคนที่ไม่ให้ความสนใจ และไม่ร่วมเคลื่อนไหวในกิจกรรมของเสื้อแดงที่เขาจัดกันอย่างต่อเนื่องภายในประเทศไทย ซึ่งมักจะเป็นคนที่ฟังแต่ข่าวลือเรื่องคนข้างบน และเล่นแต่อินเตอร์เน็ท หรือเป็นคนที่พอใจที่จะพูดแค่เอามันโดยไม่มีเป้าหมายในการเคลื่อนไหวเป็นรูปธรรม

 

การมองว่าอำนาจอำมาตย์อยู่ในมือคนเดียว ตามที่ นปช. ยูเอสเอ หรือ อ.ชูพงษ์ เสนอ มีปัญหามาก เพราะทำให้เรามองว่าอำนาจนี้ใหญ่โตล้นฟ้าจนเราต้องยอมจำนน และทำให้เรามองข้ามความชั่วร้ายและอำนาจดิบของกองทัพ มันนำไปสู่การไม่สนใจที่จะยุบหรือปฏิรูปกองทัพอย่างถอนรากถอนโคน แต่ในความเป็นจริงทหารขึ้นมามีอำนาจสูงสุดในแวดวงอำมาตย์ตั้งแต่หลัง ๒๔๗๕ และยังคงอำนาจนั้นไว้ เพียงแต่ว่าตั้งแต่ยุคสฤษดิ์มีการนำลัทธิกษัตริย์มาใช้เป็นเครื่องมือของทหารอย่างเป็นระบบ เราจะสังเกตเห็นว่าคนที่พูดแบบ นปช. ยูเอสเอ หรือ อ.ชูพง์ ไม่ค่อยมีข้อเสนอรูปธรรมเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวประจำวันของเสื้อแดงเลย และเขาจะไม่สนใจเป้าหมายกว้างๆ ในการทำให้ไทยเป็นประชาธิปไตยแท้ เช่นเรื่องสิทธิสตรี สิทธิแรงงาน การแก้ปัญหาภาคใต้ หรือการแก้ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจนเป็นต้น

เป้าหมายระยะสั้น (ข้อเรียกร้องพื้นฐานเฉพาะหน้า)

 

1. ปล่อยนักโทษการเมืองเสื้อแดงทุกคน

2. ยกเลิก พรก. ฉุกเฉิน และการเซ็นเซอร์สื่อทุกชนิด ต้องยุบ ศอฉ.และทหารต้องกลับกรมกอง ไม่ยุ่งการเมือง

รัฐบาลต้องลาออก และประกาศวันเลือกตั้งชัดเจน และจัดการเลือกตั้งภายใต้ กกต. ที่เสนอจากทั้งสองฝ่าย เพื่อให้เป็นกลาง

3. ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนการฆ่าประชาชนที่ผ่านฟ้าและราชประสงค์ ต้องไม่มีการนิรโทษกรรมผู้ฆ่าประชาชน เหมือนที่เคยทำหลัง ๑๔ ตุลา ๖ ตุลา และ พฤษภา ๓๕

4. ต้องประกาศว่าจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยที่ประชาชนทุกฝ่ายมีส่วนร่วมมากกว่ายุคที่เราร่างรัฐธรรมนูญปี ๔๐

เป้าหมายระยะยาวในการสร้างรัฐไทยใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย

 

การที่เสื้อแดงจะมีเป้าหมายระยะยาวสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการครองใจประชาชนส่วนใหญ่ อย่างที่ไทยรักไทยเคยทำ ในอดีต และมันทำให้เราชัดเจนว่าเรากำลังต่อสู้เพื่ออะไรอีกด้วย

1. ประเทศไทยควรเป็นรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร ผ่านการเก็บภาษีจากคนรวยในอัตราก้าวหน้า

2. ต้องยุบกองทัพและปลดนายพล เพื่อปฏิรูปทหารแบบถอนรากถอนโคนและสร้างใหม่ในรูปแบบประชาธิปไตย

3. ต้องปลดศาลและผู้พิพากษาสองมาตรฐาน เพื่อปฏิรูประบบยุติธรรมอย่างถอนรากถอนโคน โดยนำพลเมืองเข้ามามีส่วนร่วมในระบบลูกขุน

4. ต้องส่งเสริมวัฒนธรรมพลเมือง ทุกคนต้องเท่าเทียมกัน ต้องไม่มีกฎหมายหมิ่นเดชานุภาพฯ และประชาธิปไตยต้องปลอดจากอำนาจอำมาตย์หรืออภิสิทธิ์ชนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

 

 

Read Full Post »

ภาพโดย

คำเกิ่ง แห่งทุ่งหมาหลง

Read Full Post »

เสื้อแดงอยุธยาชุมนุมใหญ่

ในขณะเดียวกันพวกอำมาตย์กำลังวิ่งเต้นเพื่อกดดันไม่ให่ศาลยุบพรรคแมลงสาบ

Read Full Post »

17-19 กันยา ปีนี้สำคัญอย่างไร?

ใจ อึ๊งภากรณ์

การที่คนเสื้อแดงเป็นหมื่นๆ ออกมาประท้วงที่ราชประสงค์แค่ 4 เดือนหลังจากการปราบปรามประชาชนอย่างโหดร้ายป่าเถื่อน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการสร้างประชาธิปไตย พร้อมกับการชุมนุมที่ราชประสงค์ มีการชุมนุมตามจุดต่างๆ ทั่วประเทศ และแม้แต่ในประเทศอื่นทั่วโลก ก่อนหน้านั้นมีการวางดอกกุหลาบหน้าเรือนจำ 17 แห่ง เพื่อรำลึกถึงนักโทษการเมืองอีกด้วย

การชุมนุมที่ราชประสงค์เป็นการต่อสู้ทางการเมืองที่ส่งสัญญาณและพิสูจน์ความจริงหลายอย่างคือ

  1. มันพิสูจน์ว่าขบวนการเสื้อแดงไม่ได้ถูกทำลาย และยังเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ที่แล้วมาเมื่อขบวนการประชาชนถูกปราบจนพ่ายแพ้ เช่นในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ กว่าจะมีการฟื้นตัวของการเคลื่อนไหวในสังคมเปิดได้ ใช้เวลาหลายปี แต่วันนี้เราเห็นคนเสื้อแดงฝ่าฝืน พรก. ฉุกเฉิน แค่ 4 เดือนหลังการปราบปราม และการเคลื่อนไหวของคนจำนวนมากในสังคมเปิดเป็นการท้าทายอำมาตย์อย่างถึงที่สุด มันเป็นการยกนิ้วกลางด่าและท้าทายอำมาตย์ และเป็นการประกาศว่า “เราไม่กลัว” และ “เราจะไม่ยอมแพ้”
  2. 2. ในขณะที่แกนนำเสื้อแดงเกือบทุกคนติดคุก หรือต้องหลบหนีออกจากประเทศ คนเสื้อแดงได้แสดงความสามารถในการนำตนเองอย่างเห็นได้ชัด บก.ลายจุด คุณสมบัติ ประกาศตนเป็น “แกนนอน” เขาไม่ใช่นักการเมืองพรรคเพื่อไทย และเขาไม่มีแหล่งทุนมหาศาลจากใคร เขาเป็นนักกิจกรรม วันที่ ๑๙ กันยา ปีนี้พิสูจน์ความจริงของคนเสื้อแดงว่า “กูมาเอง” ไม่ใช่ว่าคนเสื้อแดงต้องพึ่งพา “ผู้อุปถัมภ์” อย่างนายกทักษิณหรือนักการเมืองเพื่อไทย
  3. คนส่วนใหญ่ที่มาต่อสู้ทางการเมืองที่ราชประสงค์ในวันที่ ๑๙ กันยา เป็นคนกรุงเทพฯ หรือจากจังหวัดใกล้เคียง สิ่งนี้พิสูจน์ว่าคนเสื้อแดงไม่ใช่เฉพาะคนชนบท หรือคนภาคเหนือ ภาคอีสาน
  4. อย่าประเมินกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดงเชิงสัญลักษณ์ต่ำเกินไปว่าไม่มีพลัง เพราะเราเห็นว่ามันมีผลสำคัญในการกำจัดความกลัวและให้กำลังใจกับการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ตอนนี้มันมีความเป็นไปได้ว่ากิจกรรมแบบนี้ในอนาคตจะใหญ่ขึ้น คนอาจมาเป็นแสนๆ ได้
  5. ความสำเร็จของการเคลื่อนไหวในวันที่ 17-19 กันยา พิสูจน์ความผิดพลาดของ (ก) แนวคิดสยามแดง ที่มองว่าต้องจับอาวุธ หรือสู้ใต้ดิน เพราะการระดมมวลชนอย่างเปิดเผย “ทำไม่ได้” (ข) แนวอาจารย์ชูพงษ์ที่เสนอว่า “เราสู้ไม่ได้ เพราะมีคนสำคัญที่สั่งทหารได้และมีอำนาจล้นฟ้า” เราเลย “ต้อง” จำใจขอความเมตตาจากคนนี้อย่างเดียว (ค) แนวของคุณอาคมซิดนี่ย์ ที่มองว่าคนเสื้อแดงต้องพึ่งพาการจัดตั้งของพรรคเพื่อไทยตลอด สู้เองไม่ได้
  6. 6. กิจกรรมในวันที่ 19 กันยา เป็นเครื่องเตือนใจให้นักการเมืองพรรคเพื่อไทยทราบว่า เขาไม่สามารถหันหลังและมองข้ามข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดงเพื่อการ “ปรองดอง” กับอำมาตย์ได้ ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่สู้เพื่อความยุติธรรมและประชาธิปไตย คนเสื้อแดงจะสู้อย่างอิสระและลดความสำคัญของพรรคเพื่อไทยลง

และที่สำคัญมากๆ คือ 19 กันยา ส่งสัญญาณให้อำมาตย์ว่าเขาไม่ได้ชนะ และจะไม่ชนะ และทุกนาทีที่ผ่านไป ประชาชนค่อยๆ เสื่อมศรัทธาในระบบที่ให้ความชอบธรรมกับเผด็จการด้วย เวลาอำมาตย์ฝันร้าย เขาจะได้ยินเสียงตะโกนของมวลชนว่า “เหี้ยสั่งฆ่า” และเรากับเขาทราบดีว่าประชาชนหมายถึงใคร

Read Full Post »

เสื้อแดงกลับมาเป็นหมื่นที่ราชประสงค์

และทั่วประเทศไทย

ทั่วโลก

(ภาพที่ราชประสงค์โดย

คำเกิ่ง แห่งทุ่งหมาหลงใน facebook)

เสื้อแดงอังกฤษด้วย(ภาพล่างสุด)


Read Full Post »

Older Posts »

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.