Feeds:
Posts
Comments

Archive for April, 2010

ขยายพื้นที่การต่อสู้ สู่กรรมาชีพ

โดย วัฒนะ วรรณ

องค์กรเลี้ยวซ้าย

29 เม.ย. 53

เป็นที่แน่ชัดเสียเหลือเกินว่า การต่อสู้รอบนี้ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยธรรมดาๆ แต่มันได้กลายเป็นการต่อสู้ทางชนชั้นแบบสมบูรณ์แล้ว ถึงแม้ว่าเป้าหมายในการต่อสู้ระยะสั้น จะเน้นไปที่การต่อสู้ทางการเมือง คือการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ แต่มวลชนจะไม่พอใจเพียงแค่นี้ เพราะเหตุผลแต่แรกในการต่อสู้มาจากเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และพัฒนามาสู่จิตสำนึกทางการเมือง

ชาวบ้านออกมาปกป้องรัฐบาลพรรคไทยรักไทย เพราะเป็นรัฐบาลพรรคแรกที่ให้ผลประโยชน์กับคนจนที่จับต้องได้จริง แต่เมื่อการต่อสู้พัฒนาตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา มันเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของพี่น้องคนจนแล้วว่า การจะปกป้องผลประโยชน์ปากท้อง ของตนเองนั้น จำเป็นต้องเขาไปสู้ในด้านการเมืองด้วย แต่มันจะไปได้ไกลแค่ไหน มันก็ขึ้นอยู่กับเราจะขยายการต่อสู้ไปสู่เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพได้มากน้อยแค่ไหน

ในเมื่อการต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อทางชนชั้น เป็นการต่อสู้ของชนชั้นล่างที่ยากจน กับชนชั้นบนผู้มั่งมี แต่มันซับซ้อนกว่านั้น ที่ว่าผู้นำของชนชั้นล่างเป็นนายทุนหรือพรรคของนายทุนที่ให้ประโยชน์กับคนจน และในขบวนการประชาธิปไตยเองก็จะมีคนชนชั้นอื่นๆ สนับสนุนอยู่ด้วย แต่โดยหลักใหญ่ใจความแล้วการต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อสู้ของคนจน ที่ชนชั้นอื่นๆ บางคน บางกลุ่ม ได้ประโยชน์ด้วย แต่มันไม่ได้ให้ภาพการต่อสู้ทางชนชั้นลดน้อยลงเลย

ดังนั้นเราจึงต้องมาพิจารณาว่า ถ้าจะเผด็จศึกครั้งนี้ให้สำเร็จ เราต้องทำอย่างไรกันบ้าง แกนหลักด่านหน้า ในการต่อสู้ครั้งนี้คือคนในชนบท แต่การต่อสู้ที่ยาวนานในกรุงเทพ นับตั้งแต่วันที่ 12 มีนา เป็นต้น ได้แสดงให้เห็นว่า มีคนจนเมืองเข้าร่วมขบวนเป็นจำนวนมาก เช่นกัน และจำนวนไม่น้อยเป็นแรงงานในภาคบริการ ลูกจ้างร้านอาหาร โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า บริษัทธุรกิจต่างๆ แล้วก็เป็นแรงงานในภาคการผลิต ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม บางคนมาแบบปัจเจก บางคนมากับกลุ่มของชุมชน แต่ก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดายที่ตอนนี้เรายังมองไม่เห็นพลังซ่อนเร้นของกรรมาชีพเหล่านี้

พลังที่ซ่อนเร้น ที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่นักสังคมนิยม ให้ความสำคัญมาโดยตลอด เนื่องจากในระบบทุนนิยมที่ประเทศไทยดำเนินอยู่นั้น ปัจจัยในการขับเคลื่อนหรือเป็นหัวใจของระบบทุนนิยมก็คือแรงงาน เพราะเป็นผู้ดัดแปลงทรัพยากรธรรมชาติมาเป็นผลผลิตให้กับสังคมได้บริโภค แต่ผลผลิตเหล่านี้ หรือความร่ำรวยเหล่านี้ กลับตกไปอยู่ในมือของพวกอำมาตย์และบริวาร และพวกนี้ก็ใช้ความร่ำรวยที่ได้มาด้วยการปล้นมาจากคนในสังคม สร้างอำนาจ ผ่านเครื่องมือเครื่องไม้ต่างๆ ตามมา เพื่อกล่อมเกลาให้เราเชื่อว่า สังคมที่มีคนจน คนรวย คนมีบุญ คนด้อยบุญวาสนานั้น เป็นเรื่องธรรมชาติ คนจนต้องยอมจำนน ต่อสภาพสังคมเช่นนี้ต่อไปจนสิ้นลมหายใจ

แต่การเกิดขึ้นของมวลชนคนเสื้อแดง ได้พังทลายความเชื่อเช่นว่านี้ให้สิ้นไปแล้ว เรารู้ว่าเราจนเพราะอะไร มิใช่ไร้บุญวาสนาที่เหล่าพวกอำมาตย์พรางตามาเนิ่นนาน แต่ความจนมันเกิดขึ้นเพราะโครงสร้างสังคมที่พวกอำมาตย์มันพยายามปกป้องอยู่ตอนนี้ มีการกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรมต่างหาก

ในเมื่อเราทราบแล้วว่าพวกอำมาตย์มีพลังอำนาจ บารมี ที่ปรากฏอยู่ ก็ด้วยการทำงานของคนจน ทำไมเราถึงไม่ทำลายอำนาจนั้นไปเสีย ด้วยการหยุดทำงานให้กับพวกอำมาตย์ หยุดทำงานให้ระบบทุนนิยมที่พวกอำมาตย์อาศัยทำมาหากิน กดขี่ ขูดรีด ปล้นสะดม เอาหยาดเหงื่อแรงงาน ความรัก ความหวังของเราไป

การพูดเช่นว่านี้ใช่ว่าจะเกิดได้โดยง่าย แต่ก็ใช่ว่าเป็นสิ่งเพ้อฝัน เกิดขึ้นเป็นจริงไม่ได้ แต่มันกลับเป็นเรื่องจำเป็นที่ขบวนการประชาธิปไตยยากหลีกเลี่ยง ถ้าใฝ่ฝันถึงสังคมใหม่ที่มีความเท่าเทียมโดยแท้จริง  เพราะการต่อสู้ที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน มันเป็นเพียงการต่อสู้ขั้นแรกของการต่อสู้รอบใหม่ ซึ่งอาจจะเริ่มต้นจาก 2475 เท่านั้นเอง และบทเรียนในประวัติศาสตร์ได้สอนให้เห็นแล้วว่า พวกอำมาตย์จะไม่มีทางยอมจำนนท์ ละทิ้งอำนาจที่ตนเองมีอยู่ไปโดยง่าย ถ้าเราไม่กำจัดมันให้สิ้น มันก็จะกลับมาสร้างความเจ็บปวดให้เราได้อีก

ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วสหาย ที่จะต้องนั่งขบคิด ทบทวน หาหนทางขยายการต่อสู้ไปสู่กรรมาชีพให้จงได้ เพื่อเสริมกำลังฝ่ายประชาธิปไตยให้กล้าแข็งยิ่งขึ้น เราอาจจะคาดหวังผลเลิศในระยะเวลาอันสั้นไม่ได้ แต่เราจำเป็นต้องเริ่มลงมือทำแล้วในวันนี้ เพื่อหวังผลสำเร็จระยะต่อไป แล้วจงเลิกหวังกับพวกชนชั้นกลางที่มีแนวโน้มสนับสนุนเผด็จการได้แล้ว เพราะไม่คุ้มกับการเสียเวลา ในฐานะที่มิใช่เป็นคนกลุ่มใหญ่ ที่จะเป็นพลังสำคัญในการต่อสู้ขั้นต่อไป

Read Full Post »

ใช่ ผมอยากล้มเจ้า แล้วยังไง?

ใจ อึ๊งภากรณ์

ในแผนผังโกหกเรื่องการล้มเจ้าของอำมาตย์ มีอย่างน้อยหนึ่งคนที่อยากเห็นประชาธิปไตยสาธารณรัฐในประเทศไทยครับ ผมยกมือประกาศเรื่องนี้ด้วยความภูมใจมานานแล้ว ผมไม่เคยปกปิดว่าผมอยากเห็นประชาธิปไตยและความเท่าเทียมในประเทศของเรา ผมภูมใจที่ผมไม่ใช่ฝุ่นใต้ตีนใคร ผมอยากยกเลิกระบบกษัตริย์

แต่คนที่เหลือเกือบทั้งหมดในแผนผังโกหกนั้น รวมถึงทักษิณและแกนนำ นปช. ทั้งหมด เขายังอยากมีระบบกษัตริย์ ผมก็เสียใจที่เขาคิดแบบนั้น หวังว่าวันหนึ่งอาจเปลี่ยนใจกัน แต่นั้นก็เป็นเรื่องของเขา เรามีจุดร่วมตรงที่ไม่อยากให้มีเผด็จการครองเมือง ตรงนั้นเราร่วมมือกันได้ แต่ในเรื่องกษัตริย์คงต้องมองต่างมุมต่อไป นั้นคือความจริงที่ใครๆรับรู้กันถ้าคิดเองเป็น ยกเว้นไอ้พวกตาลายบ้าอำนาจที่นั่งอยู่ในราบ๑๑

ผมไม่เอาระบบหมอบคลาน ระบบที่กราบไหว้คนที่ฝ่ายชนชั้นปกครองอ้างว่าเป็น “เทวดา” ผมมองว่าในระบบประชาธิปไตย ทุกตำแหน่งสำคัญต้องมาจากการเลือกตั้ง ผมอยากยกเลิกระบบกษัตริย์ในไทย ในอังกฤษ ในญี่ปุ่น และที่อื่นทั่วโลก….แล้วยังไง?

ฝ่ายรัฐบาลอภิสิทธิ์กับทหารชาติชั่วจะฆ่าผมเพราะผมกล้าคิดต่างจากพวกมัน ยังงั้นหรือ?

การประกาศว่าการฆ่าคนที่คิดต่างจากอำมาตย์ คนที่อยากเห็นระบบสาธารณรัฐ “เป็นสิ่งที่ชอบธรรม” เป็นคำประกาศของทรราช แต่ที่สำคัญกว่านั้นมันแปลว่าคนไทยไม่มีสิทธิ์คิดเอง ไม่มีสิทธิ์ประกาศจุดยืนทางการเมืองของตนเองอย่างสันติ เพราะถ้าแสดงจุดยืนที่ไม่เอาเจ้า จะต้องถูกฆ่าทิ้ง

ซึ่งแปลว่าภาพของคนไทยที่รักกษัตริย์และราชวงศ์ เป็นภาพจอมปลอมที่มาจากการบังคับให้คนรักเจ้า สรุปแล้วคนไทยส่วนใหญ่ที่เป็นเจ้าของแท้ของประเทศและรักประชาธิปไตย อาจไม่รักเจ้าเลยก็ได้ ซึ่งตามหลักประชาธิปไตยก็แปลว่าควรยกเลิกระบบกษัตริย์ไปเลย …..นั้นคือความกลัวและฝันร้ายของอำมาตย์

ผมไม่เห็นด้วยกับการมีระบบกษัตริย์ในไทยเพราะ

  • กษัตริย์ภูมิพลถูกใช้ในการให้ความชอบธรรมกับเผด็จการทหารมาตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์
  • กษัตริย์ภูมิพลไม่เคยปกป้องประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพของพลเมืองไทยแม้แต่ครั้งเดียว
  • กษัตริย์ภูมิพลไม่เคยสร้างความสงบในสังคม ทุกครั้งที่มีวิกฤตและความรุนแรงกษัตริย์ภูมิพลรอดูว่าใครจะชนะก่อนที่จะออกมา ไม่ว่าจะมีการเสียเลือดเนื้อแค่ไหน ไม่ว่าจะยุค ๑๔ ตุลา, พฤษภา ๓๕ หรือปัจจุบัน และในกรณี ๖ ตุลา ยังสนับสนุนความรุนแรงป่าเถื่อน
  • กษัตริย์ภูมิพลสั่งสอนคนจน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในประเทศ ให้ “พอเพียง” ท่ามกลางความยากจน ในขณะที่ภูมิพลเป็นคนที่รวยที่สุดในประเทศ รวยเพราะคนอื่นทำงาน เขาจึงขัดขวางการกระจายรายได้และการสร้างความเป็นธรรมทางสังคม
  • การมีกษัตริย์สิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมาก เงินนี้น่าจะนำมาพัฒนาสังคมและระบบรัฐสวัสดิการแทน
  • กษัตริย์ภูมิพลเป็นคนที่ยอมให้คนอื่นหมอบคลานต่อตนเอง แต่เขาไม่มีความกล้าและความซื่อสัตย์พอที่จะยอมรับว่าคนที่ถูกประหารชีวิตในกรณีที่พี่ชายตัวเองเสียชีวิตเป็นคนบริสุทธิ์
  • ทุกตำแหน่งสาธารณะ ควรมาจากการเลือกตั้ง ควรถูกตรวจสอบ ควรมีความโปร่งใส แต่ระบบกษัตริย์ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่มีการตรวจสอบ และความโปร่งใส เพราะมีกฎหมายหมิ่นฯ

คิดแค่นี้ รัฐบาลไทยมองว่าผมควรถูกฆ่าทิ้ง …. ผมไม่กลัวหรอก…. คนที่กลัวความจริงกับการใช้เหตุผลคือฝ่ายอำมาตย์ต่างหาก…. คนที่กลัวเพื่อนประชาชนในประเทศคืออำมาตย์

ผมไม่แค่ต่อต้านระบบกษัตริย์ แต่ผมต่อต้านทหารชาติชั่วที่ฆ่าประชาชนที่รักประชาธิปไตยในบ้านเกิดของผมมาห้าครั้งแล้ว มันไล่คุณพ่อผมออกนอกประเทศด้วย ดังนั้นรัฐไทยใหม่ที่เราจะสร้างต้องสร้างด้วยการปลดนายพลทั้งหมดออก ตัดงบประมาณทหาร ลดกำลังและอาวุธ ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร และปฏิรูปกองทัพแบบถอนรากถอนโคน

จริงๆ แล้วไม่มีกองทัพเลยก็ยิ่งดี อาศัยแค่ตำรวจก็พอ เพราะกองทัพไม่เคยปกป้องประชาชน ได้แต่ฆ่าประชาชน และประชาชนคือชาติ

Read Full Post »

ทหารปิดถนนใช้อาวุธยิงประชาชนเสื้อแดงที่ดอนเมืองและตลาดไท

ทหารตายหนึ่งรายเพราะทหารยิงกันเองโดยไม่ตั้งใจ ข่าวจากบีบีซี

http://news.bbc.co.uk/1/hi/world/asia-pacific/8648109.stm

ที่ราชประสงค์ยังไม่มีอะไร

ที่รังสิตประชาชนไม่พอใจปฏิบัติการของทหาร เลยออกมาปิดถนน

แดงสู้ๆ !!!

โค่นอำมาตย์และทหารชั่ว

Read Full Post »

เปิดโปงแผนผังอำมาตย์เลวกดขี่ประชาชน

Read Full Post »

ผมไม่ใช้ Twitter

มีคนแอบอ้างชื่อผมไปใช้ใน twitter นี่ละครับนิสัยพวกทาสรับใช้อำมาตย์ มันสู้ด้วยประชาธิปไตยและเหตุผลไม่ได้

Read Full Post »

เสื้อแดงขอนแก่นหยุดรถไฟขนทหาร

ประชาชนลุกฮือต้านอำมาตย์

เราสู้เพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรม เราเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง แต่รัฐบาลอำมาตย์และทหาร ได้แต่ปิดล้อมข่มขู่ฆ่าประชาชน

Read Full Post »

การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยครั้งนี้ของคนเสื้อแดง ได้เปิดโปงธาตุแท้ของคนในสังคม อภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์ นายพลระดับสูง เปรม และราชินีกับลูกชาย เป็นทรราชมือเปื้อนเลือด ศาล ผู้คุมสื่อและกรรมการสิทธิ์เป็นทาสรับใช้อำมาตย์ กษัตริย์ภูมิพลไม่มีปัญญาจะแก้สถานการณ์วิกฤต(และไม่เคยในอดีต แค่รอดูว่าใครชนะก่อนออกมา) นักวิชาการ เอ็นจีโอ และผู้เป็นกลางนักสันติวิธี เป็นแค่ผู้ถือหางให้ทรราช

แล้วฝ่ายเราละ? มวลชนคนเสื้อแดง ประชาชนธรรมดาในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ได้พิสูจน์ความอดทนในการต่อสู้ ซึ่งมาจากความเข้าใจอย่างชัดเจนว่าเราสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมที่ไม่เคยมี แกนนำเสื้อแดงบนเวทีได้พิสูจน์ความกล้าและความสามารถ

แต่สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ นักปฏิวัติฟันน้ำนม หรือ อาจารย์ ชูพงษ์ ผู้ด่าเจ้าอย่างเดียว พอถึงวันต่อสู้อันยิ่งใหญ่ของประชาชน ก็ลั่นว่าต้องถอยอย่างเดียว ถ้าถอยแล้วแพ้ประชาชนจะโดนกดขี่ซ้ำร้อยเท่า คนแบบนี้เป็นอุปสรรค์ต่อการต่อสู้ เก่งแต่วาจารบ แต่พอรบก็รีบถอย

ส่วนเรื่องระยะยาวว่าเราต้องสู้ต่อไปอย่างไร เพื่อประชาธิปไตยแบบไหน เพื่อสาธารณรัฐหรือสังคมนิยม จะโค่นอำมาตย์ให้หมดจริงๆ อย่างไร ไว้เถียงกันหลังมวยยกนี้จบ ไม่ใช่มาตั้งเป็นเงื่อนไขเพื่อขัดขวางการต่อสู้

Read Full Post »

ทรราชเท่านั้นที่ต้องปกป้องตนเองแบบนี้ ไม่กล้ายุบสภา ไม่กล้าเลือกตั้ง


Read Full Post »

มองฝ่าหมอกควันก๊าซน้ำตา

ใจ อึ๊งภากรณ์

ท่ามกลางหมอกควันก๊าซน้ำตา และการเข่นฆ่าประชาชนโดยทหารตามคำสั่งของอำมาตย์ ฝ่ายรัฐบาลทรราช สื่อรับใช้ทรราช นักวิชาการรับจ้างของอำมาตย์ และพวกดัดจริตอ้างตัวเป็นกลางแบบ “สันติวิธี” ทั้งหลาย เช่นกรรมการสิทธิ์ เอ็นจีโอ และกลุ่มอื่นๆ กำลังพยายามเบี่ยงเบนประเด็นหลักของเหตุการณ์นองเลือดที่เกิดขึ้นในวันที่ 10 เมษายน เพื่อให้ประชาชนสับสนมืนเมาเหมือนโดนควันก๊าซน้ำตารอบสอง ผมจึงขอสรุปประเด็นสำคัญๆ สามข้อของเหตุการณ์ดังนี้

ถ้ารัฐบาลไหน ไม่ว่าที่ไหนในโลก ใช้ทหารติดอาวุธสงคราม กระสุนจริง และรถถัง เพื่อเคลียร์พื้นที่การชุมนุมของประชาชนจำนวนมากที่ไร้อาวุธและไม่ได้ใช้ความรุนแรง ไม่ว่าทหารนั้นจะมีโล่หรือกระสุนยางสมทบไปด้วย ไม่ว่าทหารจะยิงกระสุนจริงขึ้นฟ้าในขั้นตอนแรก แต่ในที่สุด ท่ามกลางความตึงเครียด หรือด้วยความจงใจ ทหารจะใช้กระสุนจริงเพื่อฆ่าประชาชน เพราะทหารไม่ได้นำปืน M16 ปืนกลนานาชนิด หรือรถถัง มาหุงข้าว ไถนา หรือสร้างเกมสนุกๆให้เด็กๆ อาวุธสงครามดังกล่าวมีไว้ฆ่าคนอย่างเดียว คำถามที่รัฐบาลอำมาตย์ต้องตอบคือ ทำไมใช้ทหารติดอาวุธสงครามในการเคลียร์พื้นที่ของการชุมนุมของประชาชน ในขณะที่ประชาชนมีวินัยในการรักษาความสงบและปราศจากอาวุธ?

นี่คือประเด็นหลักประเด็นแรก มันคือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ ไม่ว่าจะมีคนลึกลับแต่งชุดดำวิ่งไปวิ่งมาท่ามกลางหมอกควันหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นมือที่สาม หรือทหารนอกเครื่องแบบ หรือใครก็ว่ากันไป แต่ถ้ามีจริงก็ไม่ใช่คนที่อยู่ในวินัยและการจัดตั้งของ นปช. แน่นอน เวลาผมพูดถึง “วินัย” ของคนเสื้อแดง อยากให้เรามองภาพการนำอาวุธที่ยึดจากทหารมากองไว้ที่หน้าเวทีเพื่อไม่ให้ใครใช้ อยากให้มองภาพการจับและปล่อยทหารเกณฑ์โดยไม่มีการทำร้าย ในที่อื่นในโลกอาจมีการใช้อาวุธดังกล่าวเพื่อโต้ตอบกับทหาร

พันธมิตรฯ เวลาชุมนุมยึดสนามบินหรือทำลายทำเนียบรัฐบาล หรือตอนที่ไปปิดล้อมรัฐสภาและนำระเบิดมาใช้หรือขับรถทับตำรวจ ได้จงใจทำร้ายร่างกายคนอื่นและทำลายเศรษฐกิจไทย ต่างโดยสิ้นเชิงกับระเบียบวินัยและความสงบเรียบร้อยของคนเสื้อแดงที่ชุมนุมในกรุงเทพฯตั้งแต่เดือนมีนาคมปีนี้

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับอำมาตย์และชนชั้นปกครองไทย ในรอบ 40 ปีที่ผ่านมามีการใช้กำลังทหารติดอาวุธสงคราม เพื่อเข่นฆ่าประชาชนมือเปล่าที่เรียกร้องประชาธิปไตย 5 ครั้งกลางกรุงเทพฯ คือ ๑๔ ตุลา ๑๖, ๖ ตุลา ๑๙, พฤษภา ๓๕, เมษาเลือด ๕๒ และเมษาเลือด ๕๓ ถ้านับเหตุการณ์ตากใบในภาคใต้ในปี ๒๕๔๗ ก็มีทั้งหมด 6 ครั้งที่รัฐไทยฆ่าประชาชนมือเปล่าที่ประท้วงตามกระบวนการประชาธิปไตย ใครที่สั่งทหารติดอาวุธสงครามไปสลายการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย จึงมีความจงใจให้เกิดการเสียเลือดเนื้อแน่นอน ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เวลาเขาอยากจะเคลียร์พื้นที่ของผู้ชุมนุม ซึ่งการเคลียร์นั้นอาจชอบธรรมหรือไม่ชอบธรรมก็ตาม เขาส่งตำรวจไปดัน ไปไล่ ไปจับประชาชน ไม่ได้ส่งทหารและรถถัง นี่คือปัญหาเรื้อรังของสังคมไทยที่ต้องแก้ไขเพื่อให้เรามีประชาธิปไตยแท้ วิธีแก้ไขคือการสร้างมาตรฐานสิทธิมนุษยชนในสังคม โดยการนำผู้ที่กระทำผิดในระดับสูงมาลงโทษ หรืออย่างน้อยประกาศว่าเขาทำผิดอย่างชัดเจนเป็นทางการ และที่สำคัญเราต้องเกษียณนายพลทั้งหลาย ตัดงบประมาณทหาร และลดขนาดของกองทัพลงแบบถอนรากถอนโคน เพราะกองทัพไทยไม่เคยปกป้องประชาชน มีแต่จะฆ่าประชาชนเท่านั้น นอกจากนี้ต้องมีการยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมฯ และกฎหมายคอมพิวเตอร์ เพื่อไม่ให้มีการใช้ข้ออ้างเรื่องการ “ล้มเจ้า” มาใช้ในการฆ่าประชาชน เราต้องมีเสรีภาพในการแสดงความเห็น

ถ้าถอยหลังมาดูภาพรวมของการกระทำของรัฐบาลอภิสิทธิ์ จะเห็นว่าฝ่ายหนึ่งมีกองทัพ ใช้ทหารติดอาวุธสงคราม และรถถัง และพยายามปกปิดสื่อเพื่อไม่ให้สังคมทราบว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น อีกฝ่ายเป็นประชาชนธรรมดาที่ปราศจากอาวุธที่ต้องการประชาธิปไตย ดังนั้นใครที่เรียกร้องให้ “ทั้งสองฝ่ายรับผิดชอบความรุนแรง” เป็นคนที่โกหกบิดเบือนความจริง มองว่าช้างเท่ากับมด มดจึง “มีส่วนผิดในการที่โดนช้างเหยียบตายเพราะเสือกไปยืนตรงทางเดินช้าง” ในทางปฏิบัติในโลกจริง คำพูดแบบนี้ไม่ใช่คำพูดของคนที่เป็นกลางแต่อย่างใด แต่เป็นคำพูดที่ลดความรับผิดชอบของฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียว คือพยายามแก้ตัวแทนรัฐบาลอำมาตย์นั้นเอง และถ้าเราดูประวัติของคนเหล่านี้ที่พูดให้ทั้งสองฝ่ายรับผิดชอบ ส่วนใหญ่เป็นคนที่สนับสนุนพันธมิตรฯ หรือรัฐประหาร ๑๙ กันยา หรืออย่างน้อย “สบายใจมากขึ้นเมื่อเกิดรัฐประหาร” ทั้งๆ ที่แก้ตัวเสมอว่า “ไม่ชอบรัฐประหาร”

ประเด็นที่สองคือ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ของอภิสิทธิ์ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งและกระบวนการประชาธิปไตยแต่อย่างใด มาจากการทำรัฐประหาร ๑๙ กันยา และรัฐประหารเงียบของศาลหลายรอบ มาผ่านรัฐธรรมนูญทหาร รวมถึงการกดดันของพันธมิตรฯ ดังนั้นรัฐบาลไร้ความชอบธรรมที่จะปกครองประเทศ และไร้ความชอบธรรมที่จะคัดค้านข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดงให้ยุบสภาและคืนอำนาจให้ประชาชนโดยสิ้นเชิง ประเด็นนี้มักถูกมองข้ามด้วยความจงใจ โดยเฉพาะจากคนชั้นกลาง พันธมิตรฯ เอ็นจีโอ และนักวิชาการ ที่มองว่าพลเมืองไทยส่วนใหญ่ที่เป็นคนจนไม่มีวุฒิภาวะที่จะลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง เขาจึงคัดค้านการเลือกตั้งเสรี

การที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทำให้การประท้วงยืดเยื้อของคนเสื้อแดงและการปิดถนนบางจุดในกรุงเทพฯ มีความชอบธรรม และที่สำคัญรัฐบาลอภิสิทธิ์มีวิธีเดียวที่จะอยู่ต่อและไม่ฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่คือ ประกาศภาวะฉุกเฉิน ใช้กองกำลังเพื่อหวังปราบผู้ชุมนุม และปิดกั้นเซ็นเซอร์สื่อตามกระบวนการเผด็จการของ “รัฐตำรวจ” เพราะเขาไม่กล้าคืนอำนาจให้ประชาชน เขารู้ว่าเขาจะแพ้การเลือกตั้ง และเขารู้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีความศรัทธาในรัฐบาล อย่าลืมว่าการยุบสภาและจัดการเลือกตั้งทันที จะยุติภาวะตึงเครียดในกรุงเทพฯ และถ้าการเลือกตั้ง “จะไม่แก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมในระยะยาว” ก็เพราะฝ่ายเสื้อเหลืองและอำมาตย์ไม่ยอมเคารพเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนเท่านั้น

ประเด็นที่สามคือเรื่องการ “กบฏ” เพราะฝ่ายเสื้อเหลืองอ้างว่าเสื้อแดงเป็น “กบฏ” คำถามที่ต้องถามต่อคือ “กบฏต่อใครหรืออะไร?” ใช่ครับคนเสื้อแดงกบฏต่อเผด็จการอำมาตย์ กบฏต่อพวกนายพลในกองทัพ แต่ประเด็นคือ อำมาตย์และกองทัพกบฏต่อประชาชน คนเสื้อแดงกำลังปกป้องพลเมืองไทยจากการกบฏไม่เคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน อย่าลืมว่าในระบอบประชาธิปไตยอำนาจอธิปไตยต้องอยู่ที่ประชาชน ใครไม่เคารพเสียงส่วนใหญ่ถือว่ากบฏต่อระบบการปกครองประชาธิปไตย มันง่ายที่จะเข้าใจครับถ้าจริงใจในการเข้าใจ

ตอนนี้สังคมไทยแบ่งเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งกบฏต่อประชาชนเพื่อปกป้องอภิสิทธิ์ของตนเอง พร้อมจะใช้กองกำลังติดอาวุธสงครามและการปกปิดสื่อเพื่อครองอำนาจต่อไป อีกฝ่ายประกอบไปด้วยพลเมืองธรรมดาที่ต้องการประชาธิปไตย ในสถานการณ์แบบนี้ที่เรื้อรังมาสี่ห้าปีแล้ว ใครที่ไม่อยู่ข้างคนเสื้อแดงก็อยู่ข้างอำมาตย์ และใครที่อ้างว่าเป็นกลาง เป็นคนที่ไม่สนใจการเมืองและสังคมเลย หรือเป็นคนโกหก

Read Full Post »

ใจ อึ๊งภากรณ์

คนที่รักเจ้าชอบพูดว่ากษัตริย์อยู่ในหัวใจคนไทย แต่ขอถามว่าคนไทยอยู่ในหัวใจนายภูมิพลหรือ?

คนรักเจ้าชอบพูดว่าเราอยู่เย็นเป็นสุขเพราะกษัตริย์ แต่ขอถามว่าในวิกฤตการเมืองปัจจุบันและอดีต นายภูมิพลสร้างความอยู่เย็นเป็นสุขอย่างไร? สร้างให้ใครกันแน่? เพราะได้แต่เข้าข้างทหารป่าเถื่อนเผด็จการที่เข่นฆ่าประชาชน ไม่ว่าจะเป็น ๑๔  ตุลา ๖ ตุลา พฤษภา ๓๕ และเมษายน ๕๒,๕๓

นายภูมิพลและครอบครัวได้แต่กอบโกยความร่ำรวยให้ตนเองและพรรคพวก ในขณะที่สอนให้คนจน“พอเพียง”ในความจน แล้วยังหน้าด้านรับเงินภาษีจากคนจนเพื่อเสริมสมบัติตนเอง และเมื่อมารปล้นขโมยประชาธิปไตยของประชาชนนายภูมิพลก็เงียบเฉยหรือชมเผด็จการ

ผมเข้าใจความรู้สึกของคนที่มองว่าถ้าเราไม่จงรักภักดี เขาจะมีข้ออ้างในการยิงเรา ลองคิดดูครับ เขาบังคับให้เรารักกษัตริย์ด้วยกระบอกปืน!! แต่ไม่ว่าจะเป็น ๑๔ ตุลา, ๖ ตุลา, พฤษภา ๓๕ หรือปัจจุบัน อำมาตย์ก็ยิงเข่นฆ่าประชาชน ไม่ว่าเราจะประกาศความจงรักภักดีแค่ไหน

บางคนบอกว่าเราควรเชิดชูหรือปล่อยให้ลูกชายนิสัยเสียของนายภูมิพล ขึ้นมาเป็นกษัตริย์หลังจากที่ภูมิพลตาย เพราะเขาเชื่อว่าประชาชนยังรักเจ้าอยู่ และถ้านายวชิราลงกรณ์ขึ้นมา ประชาชนจะเสื่อมศรัทธาในสถาบัน ผมขอเสนอว่าเสียเวลาและไม่จำเป็นครับ ตอนนี้ถึงเวลาสุกงอมแล้วที่จะเปิดศึกกับลัทธิกษัตริย์ของอำมาตย์ทั่วแผ่นดิน

คนจำนวนมากเริ่มหูตาสว่าง ฝ่าเมฆควันดำแห่งการกล่อมเกลา มองเห็นว่านายภูมิพลและครอบครัวไม่ใช่เทวดา หลายคนมองว่าเป็นมารผู้กำกับทหาร แต่คนอย่างผมมองว่านายภูมิพลมีบทบาทอื่น เป็น “หัวหน้าความคิดลัทธิกษัตริย์”เพื่อให้เราจงรักภักดีต่อทหารอำมาตย์ ศาลอำมาตย์ และอภิสิทธิ์ชนอำมาตย์ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราก็ต้องกวาดสถาบันกษัตริย์ออกไปจากสังคม เพื่อโค่นอำมาตย์ ….. แต่อย่าลืมพวกนายพลอำมาตย์ที่เข่นฆ่าประชาชน เพราะพวกนี้ ตั้งแต่พลเอกเปรมลงมา ล้วนแต่กดขี่ประชาชนมานาน ทหารคือภัยต่อสังคม แต่ทหารเกณฑ์เป็นพี่น้องของเรา

การสู้กับอาวุธของทหารต้องใช้พลังมวลชนและการนัดหยุดงาน ต้องลุกเป็นไฟทั้งแผ่นดิน แต่การสู้กับลัทธิกษัตริย์ ง่ายมาก แค่สลัดความคิดออกจากหัวเราและชักชวนคนอื่นให้ทำเช่นกัน และจะทำให้ฝ่ายอำมาตย์อ่อนแอเสมือนขาดแขนขาไปข้างหนึ่ง เพราะไร้ความชอบธรรมโดยสิ้นเชิง

จะรักนายภูมิพลไปทำไม? ถ้ารักหรือจงรักภักดี ก็แค่ลงไปหมอบคลานต่อลัทธิอำมาตย์ที่กำลังเข่นฆ่าเราอยู่ ถ้าเราสู้เพื่อประชาธิปไตยแท้ แต่ยังมีเชื้อพิษของลัทธิกษัตริย์ฝังอยู่ในหัวเรา ก็เท่ากับมัดมือตัวเองสู้ ถึงเวลาที่เราต้องยืนขึ้นสู้ด้วยแขนขาสองข้างและหูตาสว่าง เราต้องสู้เพื่อสร้างรัฐไทยใหม่แห่งความเท่าเทียม ไม่มีทหารดูดเลือดประชาชน ไม่มีราชวงศ์กาฝาก ไม่มี “ผู้ใหญ่” คอยกดทับพลเมือง ไม่มีนักวิชาการคอยดูถูกว่าประชาชนโง่ ไม่มีสื่อบิดเบือนความจริง ไม่มีสองมาตรฐานทางกฎหมาย ประชาชนต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

พวกเรามีจำนวนมากมหาศาล ถ้าเราถุยน้ำลายพร้อมกันอำมาตย์จะจมน้ำตาย ถึงเวลาที่จะปลดแอกตัวเองจากลัทธิทาสของการจงรักภักดีต่อกษัตริย์ ถุยน้ำลายสลัดทิ้ง! คนไทยไม่ใช่ทาส!

Read Full Post »

Older Posts »

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.